ททท.จับมืออาเชียนต้าจัดประชุมสมาชิก หวังดึง ‘อินเดีย-สิงคโปร์’เที่ยวไทย หลังโควิด-19 คลี่คลาย เชียงใหม่นำ4ประเทศกลุ่มนอร์ดิกชมวัดอุโมงค์

วันที่ 16 มีนาคม 2564 ที่โรงแรมแชงกรีลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย กองตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ สมาคมท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Association : ASEANTA) จัดประชุมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก ASEANTA เตรียมความพร้อมหลังสถานการณ์โควิด-19 และเพิ่มขีดความสามารถในการที่จะทำการตลาดท่องเที่ยวกับกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใด้ และแปซิฟิกใต้ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับเครือข่ายในการส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวสู่ประเทศไทยเมื่อมีการเปิดการเดินทางได้ตามปกติ 

นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า ททท. จัดกิจกรรมให้ผู้ประกอบการ ASEANTA และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 170 คน ร่วมประชุมเพื่ออัพเดทสถานการณ์และแลกเปลี่ยนความเห็นในด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ จากสำนักงานมุมไบ นิวเดลี ซิดนีย์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารและเป็นทางเลือกอีกทางสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ต้องการติดต่อสื่อสารกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างประเทศ และจัดทำ Platform Online Thailand Tourism Virtual Market (TTVM) ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือและการตลาดดิจิตัล ในรูปแบบ B2B (Business to Business) ตลอดจนจัดกิจกรรม Table Top Sales ระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยว ASEANTA และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรียมความพร้อมในการทำธุรกิจ รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย และเกิดไอเดียหรือแนวคิดในการสร้างสรรค์กิจกรรมหรือสินค้าทางการท่องเที่ยว ที่ตอบสนองต่อการเดินทางท่องเที่ยวแบบ New Normal ซึ่งจะตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคหลังโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

“ที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศ เข้ามา 14 ล้านคน สร้างรายได้จำนวนมาก ปีละ 5 แสนกว่าล้านบาท เป็นเงินก้อนใหญ่มาก แต่ปัจุบันหายไป ในอนาคตเราจะมีโอกากลับมาอีกครั้ง ด้วยมาตรการต่างๆ ที่มีความพยายามเปิดประเทศ ภายใต้เงื่อนไขวัคซีน ทั้งการฉีดและหารือพื่อการเปิดประเทศ จำเป็นต้องเปิดให้ได้ ในเดือนตุลาคม 2564 และ 1 มกราคม 65 จะเปิดแบบไหน ทุกฝ่ายไม่นิ่งนอนใจ ประมวลความคิดมาตลอด เพื่อความรัดกุมและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยคำนึงเรื่องเศรษฐกิจเสมอให้สมดุลกับความปลอดภัยของประชาชน เช่น ภูเก็ตเฟิร์สในเดือนตุลาคมนี้เป็นจังหวัดแรก เพื่อดูว่าจะควบคุมได้มากน้อยแค่ไหน ต้องมีความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นด้วย ซึ่งปลายเดือนเมษายนน่าจะชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวรับมือการเปิดประเทศในอนาคต เพราะคู่แข่งประเทศเราไม่ได้อยู่เฉย เราก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องรักษานักท่องเที่ยวสร้างความผูกพันกับคู่ธุรกิจและวิเคราะห์คู่แข่ง สร้างความประทับใจให้ประเทศไทยอยู่ในใจนักท่องเที่ยวตลอดไป ชิงความได้เปรียบเพราะการท่องเที่ยวเป็นตัวจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ตลาดที่น่าสนใจในกลุ่มอาเซียน คือ สิงคโปร์ ซึ่งมีศักยภาพสูงในการเดินทางมาประเทศไทยในจำนวนหลักล้าน และเอเชียใต้ คือ อินเดีย ในฐานะประเทศที่สามารถผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้เองและมีราคาถูกในการฉีดให้ประชากรครอบคลุม 300 ล้านคนในเดือนกรกฏาคมนี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ไทยจะดึงกลุ่มคนมีเงินของอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวได้ง่าย เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยถึง 25% ต่อปี ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 โดยใช้กลยุทธ์ของเราเป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน ลดเงื่อนไขการเข้าประเทศไม่มีการกักตัว

“ส่วนกลุ่มแปซิฟิกใต้ คือ นิวซีแลนด์ กับออสเตรเลีย น่าจะยากหน่อย เพราะประเทศทั้งสองมีมาตรการที่ค่อนข้างเข้มงวดมาก และยังไม่เปิดประเทศให้ประชาชนเดินทางออกต่างประเทศ ดังนั้นตลาดสิงคโปร์และอินเดียจึงมีทางเป็นไปได้สูงกว่า” นายกฤษฎา กล่าว

อย่างไรก็ตามในวันเดียวกัน น.ส.ภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ นำคณะทูตกลุ่มประเทศนอร์ดิก 4 ประเทศ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ประกอบด้วย สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก และฟินแลนด์ เดินทางไปทัศนศึกษาวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ต.สุเทพ อ.เมือง เพื่อชมศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของล้านนา ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะเป็นสถานปฏิบัติธรรมและเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว  ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รีบความนิยมจากชาวต่างประเทศด้วย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน