แม่ทัพภาคที่3ห่วงหมอกควันเหนือ นักวิชาการย้ำฝุ่นมีหลายสาเหตุ ระดับพื้นที่แก้ยากต้องร่วมกันทั้งภูมิภาค มช.มอบหน้ากาก นศ.

วันที่ 8 มีนาคม 2564 พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ( vtc ) ที่ บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ( บก.คฟป.ทภ.3 สน. ) โดยมีส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมเพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่

รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5  และค่า AQI  สูงขึ้น เนื่องจากสภาพพื้นที่และสภาพอากาศประกอบกับเกิดการเผาในพื้นที่ เพื่อเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งเป็นวิธีที่จะจำกัดวัชพืชได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายมาก ที่สำคัญการเผากลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถทำได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการบุกรุกใช้พื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นที่ทำกิน ประกอบกับแต่ละจังหวัดมีมาตรการการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอยู่ แต่ประชาชนไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง 

“ทั้งนี้สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองก่อให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจที่ทำให้สูญเสียรายได้ ดังนั้นขอความร่วมมือทุกจังหวัดลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนสร้างการรับรู้ถึงโทษและพิษภัย ของสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง พร้อมขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงนี้” พล.ต.ถนัดพล กล่าว

ทางด้านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห่วงใยสุขภาพมอบหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก KN95 จำนวน 10,000 ชิ้น ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพของนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ได้เกิดมลพิษทางอากาศ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีจำนวนปริมาณเพิ่มมากขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ โดยศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมมอบฯ ผ่านนายกาญจน์วัชรบดี ชัยชาญ นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และตัวแทนสโมสรนักศึกษาของแต่ละคณะ เป็นผู้แทนนักศึกษามารับมอบ ณ สำนักบริหารและจัดการทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ผศ.ดร.ชาคริต โชตอมรศักดิ์ หัวหน้าคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงสภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงนี้ว่า สำหรับสถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 เป็นปัจจัยร่วมทั้งในเรื่องปัจจัยสภาพภูมิประเทศ ที่จังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะเป็นแอ่ง และแหล่งกำเนิดที่มีเพิ่มขึ้นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาร่วมกับปัจจัยของสภาพอากาศแล้ว พบว่า ลมที่เป็นต้นลมที่พัดเข้ามาในพื้นที่นั้น สัมพันธ์กับพื้นที่ที่มีแหล่งกำเนิดจำนวนมากตรงนี้ด้วย นอกจากแหล่งกำเนิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่เอง ผลของแหล่งกำเนิดที่เกิดจากพื้นที่โดยรอบ และปัจจัยภูมิประเทศที่เป็นแอ่ง จึงส่งผลทำให้สถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ในช่วงที่ผ่านมาของจังหวัดเชียงใหม่มีสถานการณ์ระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนป้องกันตนเอง เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพด้วย

“ในเรื่องของการดำเนินการป้องกันฝุ่นควัน ไฟป่า หมอกควันที่ต้องแก้ไข ถ้ามองมิติในเรื่องของอากาศ ปัญหาเรื่องของฝุ่นควัน PM 2.5 ปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาในระดับภูมิภาคที่จำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน บางพื้นที่มีจุดความร้อนน้อยอย่างที่จังหวัดเชียงราย แต่ได้รับอิทธิพลของระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 มาก ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนหรือหมอกควันข้ามแดน ซึ่งไม่ใช่ว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเดียว แต่ในพื้นที่ที่เกิดในประเทศของเราเองก็ส่งผลกระทบซึ่งกันและกันด้วย

ผศ.ดร.ชาคริต กล่าวว่า การแก้ใขปัญหาต้องมองในหลายสเกล เช่น ในระดับพื้นที่ อย่างในจังหวัดเชียงใหม่ก็มีแผนบริหารจัดการที่ได้รับการสนับสนุนในทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ในส่วนของปัญหาระดับภูมิภาคซึ่งมีจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากทั่วทั้งภูมิภาคตามช่วงเวลา ซึ่งสัมพันธ์กับกิจกรรมการใช้ที่ดินในห้วงเวลานี้ ปัญหาระดับภูมิภาคก็อาจจะมองในเรื่องของนโยบายที่จะต้องมีมาตรการการแก้ไขปัญหาระดับภูมภาคร่วมกันในหลายๆ ประเทศ แต่อย่างไรก็ตามปัญหามลพิษทางอากาศตอนนี้ที่นับวันยิ่งมีการพูดถึงว่าเป็นปัญหาระดับโลก คงต้องมีเวทีในระดับที่ใหญ่ขึ้นเพื่อร่วมกันในการช่วยกันแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในภาพรวมของทั้งโลกด้วย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน