ข่าวด่วน

ททท.เชียงใหม่ ชวนแอ่วหลายหมู่บ้าน ผ่านเมนูอาหาร ‘ออนใต้ครบรส’สันกำแพง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘ออนใต้ครบรส’ ภายใต้โครงการเชียงใหม่ครบรส เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 เพื่อสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชนให้มากขึ้น 

เราออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 45 นาที ผ่านไร่นาที่แทรกตัวอยู่กับความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ดอกไม้ในกลุ่มสีม่วงอมชมพูชูช่อบานต้านลมแล้ง สู่..ชุมชนออนใต้ ณ ออนใต้ฟาร์ม อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

มือเหี่ยวๆ ของคุณยายที่ยื่นแก้วน้ำผลไม้เย็นเฉียบต้อนรับ ทำให้..อบอุ่นใจ ในวันที่อากาศร้อนระอุดั่งเปลวไฟ

การท่องเที่ยวหลายหมู่บ้าน ผ่านหลากเมนูที่รังสรรค์ขึ้น เพื่อชูอัตลักษณ์ชุมชน โดย ‘เชฟแบล็ค’  ภาณุภน บุลสุวรรณ เชฟชื่อดังชาวเชียงใหม่และเจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen ซึ่งมาออกแบบเมนูร่วมกับชาวชุมชนออนใต้ ทั้งแนะนำวัตถุดิบ วิธีการปรุง และการเสิร์ฟให้ผู้ร่วมงานชิมเป็นครั้งแรก

‘ข้าวโฮะออนใต้’ สวยตั้งแต่แรกเห็น เพราะมีการนำพืชผักและผลไม้ตามฤดูกาลมาจัดวาง เรียงตัว รอการ ‘โฮะ’ หรือผสมกัน จะเรียกว่า ข้าวยำเมืองเหนือก็ได้ เพียงแต่เปลี่ยนจากน้ำบูดูเป็นการราดด้วยน้ำหม่อน หรือมัลเบอร์รี่สดๆ จากท้ายสวน บรรจงใส่มาในถ้วยจากธรรมชาติ ‘ใบเล็บครุฑ’ ด้วยข้าวแต๋นรูปตัวปลา หน้าตาน่ารัก ถือเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่น่าลิ้มลอง เพราะรสชาติที่เรียกว่า..อร่อย

เชฟแบล็ค บอกว่า มื้อนี้มี ‘ครบรส’ เพราะเราหยิบวัตถุดิบพื้นบ้านที่หาง่ายตามฤดูกาล คือ เด็ดทุกเมนู เพราะวิ่งไปเด็ดจากสวนเกษตรอินทรีย์หลังบ้านมาปรุงเป็นอาหาร (ฮา) เรียกว่ามีอะไรก็เด็ดมาทำข้าวโฮะ เหมือนทางใต้จะเรียกว่าข้าวยำ แต่เราเปลี่ยนจากน้ำบูดู มาเป็นการใช้น้ำมัลเบอร์รี่ หรือน้ำลูกหม่อน ซึ่งมีรสเปรี้ยวอมหวานและกำลังออกผลมากในขณะนี้ หรือจะใช้มะหลอด มะปรางหวาน ตะลิงปิง แทนก็ได้ ผลไม้ที่กล่าวมาจะมีความสด รสเปรี้ยว แต่มีฤทธิ์เย็น เหมาะกับการรับประทานในช่วงหน้าร้อน ในขณะที่ส่วนผสมอื่นก็ยังมีใบมะกรูด ผักชีล้อม มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น หรือปลาป่น กระเจี๊ยบ ให้รสขม ฝาด หวาน เปรี้ยว ลงตัวที่ความ..อร่อย 

ภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า ‘ออนใต้ครบรส’ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดยใช้อาหารเป็นสื่อในการชูอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ททท.เลือกพื้นที่รองของเมืองหลักมานำเสนอ เพื่อสร้างมูลค่าและสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน นำการตลาดเข้ามาให้ชุมชน แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ 

มื้อพิเศษในค่ำคืนนั้น มาจากคำว่า Local สู่ เลอค่า ด้วยการดึง 11 ผู้ประกอบการจากร้านและชุมชนในตำบลออนใต้ มาร่วมรังสรรค์ 7 เมนูใหม่ ผ่านการรับประทานอาหารเย็นแบบ Chef Table พร้อมเพลิดเพลินไปกับดนตรีพื้นเมือง เสียงซอ คลอเสียงขลุ่ย หวานแว่วสอดรับใบไม้ที่เริ่มสะบัดจากแรงลมพัด 

จานแรก ผัดหมี่เมือง จากร้านคาเฟ่แมวโพง ทำมาจากขนมเส้น หรือขนมจีน และซอสน้ำอ้อย โรต้นหอมผักชี กระเจี๊ยบแดง ไข่ฝอย และแคบหมู รสชาติอร่อยลืมตัว

เมนูถัดไป ครัวออนใต้ฟาร์มส่งเข้าประกวด เมี่ยงเชียงดาปลาจี่ หอมกลิ่นปลานิลย่าง มะนาว หอมแดงซอย พริก ขิง กระเจี๊ยบสีแดงสด และน้ำซอสสูตรเด็ดประจำร้าน ซึ่งเขาเรียกว่า ‘พริกกับเกลือ’ วางมาบนใบเชียงดายอดอ่อน ใบเชียงดามีสรรพคุณปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด

มินิฮอทดอกชาโคล ไส้อั่ว สวนศิลป์เตาออนใต้ จัดคาร์โบไฮเดตและโปรตีนมาให้แบบชิ้นใหญ่ ได้ทั้งความเป็นตะวันตกจากขนมปังและตะวันออกจากอาหารพื้นเมืองเหนือ แนมด้วยผักสดจากแปลงเกษตร 

ปลาทอดสมุนไพร ใช้ปลานิลสดจากชุมชน เสิร์ฟมาพร้อมน้ำยำรสเด็ด เปรี้ยว หวาน ครบรส จากร้านเฮือนไม้ฮิมออน ตามด้วย ‘ซุปเปอร์เป็ดย่าง’ 3 ชิ้นนุ่มลิ้น ในน้ำซุปรสแซ่บจิ๊ดจ๊าดจัดจ้าน จากร้านชามโตชมทุ่ง 

ข้าวหมูย่างมะแขว่นใบชะพลู ร้านอยากกาแฟ ข้าวกล้องหอมมะลิ เสิร์ฟพร้อมกับ ยำมัลเบอร์รี่หมูยอปลากรอบ สวนหม่อนศิริ มัลเบอร์รี่ อร่อยดี จานนี้ขอบอกว่า เวลาเคี้ยวอาจเจอมะแขว่นเจือปนอยู่ในหมูที่ย่างและห่อใบชะพลูมาแบบพอดีคำ

และปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ขนมขี้แมว ของกลุ่มท่องเที่ยวบ้านปงห้วยลาน รับประทานพร้อมกับ ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน จากสวนนพสิริ ก็อิ่มเต็มพุง

ภิญโญ วิสัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ออนใต้ กล่าวเสริมว่า เรามี 5 กลุ่มใหญ่ที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในชุมชน คือ โฮมสเตย์ เกษตรอินทรีย์ ทอผ้า จักสาน และเซรามิก จาก 11 หมู่บ้าน เมื่อเกิดโควิดลูกหลานต่างหันหน้ากลับสู่ชนบท เกิดเมนูหลากหลายริมถนน แม้กระทั่งร้านป๊อบคอร์นก็มีขาย ในเมื่อชุมชนเราเด่นเรื่องอาหาร เราก็หยิบมานำเสนอผ่านเรื่องราวในชุมชนลงสู่จาน

ซึ่ง ฉัตรรุ่ง ประกอบไวทยกิจ ฝ่ายการตลาดและการขาย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เสริมว่า ถือเป็นการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวตัวจริงเข้ามาท้องถิ่น เพราะเราได้ชื่อว่า บ้านจุ้มเมืองเย็น จากพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เสด็จมาออนใต้ถึง 9 ครั้ง ทำให้ชาวบ้านแถวนี้พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ส่งเสริมการทอผ้า งานจักสาน 

จากปัญหาโควิด-19 ทำให้เราต้องหันเหไปสู่การตลาดในเชิงออนไลน์มากขึ้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวตัวจริงเข้ามายังชุมชน วันนี้เราได้เห็นความร่วมมือของผู้คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กจนไปถึงคนเฒ่าคนแก่ที่มาช่วยเหลือกัน แสดงให้เห็นความสามัคคีของคนใน 11 หมู่บ้านของ ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแทนทุกคน

ครั้งนี้เรามุ่งไปที่อาหารการกิน สอดแทรกวิถีชุมชนเมือง ควบคู่ไปกับการรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่ เพราะ ‘ออนใต้’ เป็นเมืองเก่าที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน ‘เตาเผาสันกำแพง’ 300 เตา ณ วัดเชียงแสน ซึ่งพบว่ารับอิทธิพลมาจากจีน เช่นเดียวกับเครื่องถ้วยสุโขทัยและสวรรคโลก มีอายุตรงกับราชวงศ์ต้าหมิงของจีน รวมทั้งลักษณะลวดลายก็มีความคล้ายคลึงกัน เริ่มทำในสมัยพระเจ้าติโลกราช จนถึงสิ้นราชวงศ์เม็งราย คือประมาณปี พ.ศ.1984 ถึง พ.ศ.2101 ซึ่งนับเป็นสมัยทองของลานนา ตามหลักฐานที่ระบุไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ภายในวัดหลวงปู่หล้า วัดป่าตึง ที่อยู้ใกล้เคียง

ความโดดเด่นของเครื่องปั้นดินเผา มีอัตลักษณ์ที่น่าสนใจ ‘ปลา 3 ตัว พร้อมใบไม้ 1 ใบ’ ที่อยู่ในจาน เสื้อผ้า เครื่องประดับ เป็นสัญลักษณ์ว่า ปลา บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ เพราะมีแม่น้ำ 3 สาย ประกอบด้วย แม่น้ำออน แม่น้ำลาน และแม่น้ำแม่ผาแหน ไหลผ่าน ส่วนใบไม้ แสดงถึงความดีความงาม มีแหล่งชมทางช้างเผือก ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อันขึ้นชื่อ การเดินป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ 

ทั้งหมดล้วนจุดประกาย ให้เกิดการเดินทางมายัง..ออนใต้ครบรส ในวันนี้

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน