ข่าวด่วน

รองผอ.รพ.นครพิงค์ยอมรับ บุคลากรภายในเข้าใจผิดกรณีวีไอพีลัดคิวฉีดวัคซีน แจงเข้าใจแล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 7 โรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ​พ.ญ.ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยโรงพยาบาลนครพิงค์ แถลงในฐานะตัวแทนบุคลากรโรงพยาบาล เพื่อ ชี้แจงประเด็นวัคซีนที่มีกระแสข่าวว่า มีการลัดคิวให้กับบุคคลวีไอพีก่อนในการฉีดวัคซีนล็อตแรกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมาว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่จัดสรรวัคซีนมาให้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จำนวน 3,500 โด๊ส และสามารถจัดสรรวัคซีนรอบแรก จำนวน 1,750 ราย กระจายให้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน 

“ในส่วนของโรงพยาบาลนครพิงค์ รับหน้าที่ฉีดวัคซีนให้บุคคล 4 กลุ่ม คือ บุคลากรโรงพยาบาลนครพิงค์  จำนวน 455 ราย บุคลากรสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  26 ราย บุคลากรกรมควบคุมโรค 22 คน และกลุ่มบุคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วย ประกอบด้วย อสม.ปภ. ปกครอง เจ้าหน้าที่การท่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง​ อาสาสมัคร ทหาร ตำรวจ ภาคบริการ และภาคท่องเที่ยว จำนวน 300 ราย ซึ่งมีรายชื่อจัดสรรมาโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ส่งให้โรงพยาบาลนครพิงค์​ทำการฉีด”

พ.ญ.ลดาวรรณ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจในส่วนของโรงพยาบาลนครพิงค์พบว่า มีผู้ประสงค์และต้องการจะฉีดวัคซีน จำนวน 1,964 ราย จึงแบ่งเป็นกลุ่มตามความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ โดยเน้นการดูแลและสัมผัสผู้ป่วยที่มีระดับเสี่ยงสูง เสี่ยงมาก เสี่ยงปานกลาง โดยล็อตแรกจัดสรรให้กลุ่มเสี่ยงสูงก่อน ทำให้เกิดการเข้าใจคาดเคลื่อนในการประสานงานส่งรายชื่อ และทำให้เข้าใจผิดคิดว่ากลุ่ม 300 คนนี้เป็นวีไอพี ประกอบกับบุคลากรบางส่วนไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อฉีดวัคซีนทางออนไลน์ได้ จากการขัดข้องทางเทคนิค จึงเข้าใจผิดว่าจะไม่ได้รับวัคซีนและถูกแซงคิวโดยกลุ่มวีไอพี ซึ่งขณะนี้ได้มีการทำความเข้าใจและมีการยอมรับว่าเข้าใจผิดและคาดเคลื่อนจริง ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ปรับแผนในการฉีดด้วยการลงทะเบียนรายบุคคลแทนระบบออนไลน์  

“ปัจจุบันโรงพยาบาลนครพิงค์ ทำการฉีดวัคซีนไปแล้ว จำนวน 322 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 176 ราย และคาดว่าจะครบตามจำนวนภายในวันศุกร์นี้ ส่วนบุคลากรที่ยังไมไ่ด้รับวัคซีนรอบแรกจะได้รับครบทุกคนในรอบต่อไป ต้องขอโทษ ขออภัยกระทรวงสาธารณสุขและสังคมที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการนำไปฉีดให้วีไอพี และจะนำประเด็นข้อเท็จจริงไปสื่อสารพัฒนาภายในองค์กรต่อไป”

เมื่อถามว่า แสดงว่าเป็นคนในโรงพยาบาลนครพิงค์เองที่เป็นต้นเหตุ พ.ญ.ลดาวรรณ ตอบว่า เข้าใจว่ามีการสื่อสารจากคนใน จากประเด็นการสื่อสารภายใน ซึ่งปัจจุบันมีการยอมรับแล้วว่า เข้าใจผิด และได้ทำความทำความเข้าใจและเข้าใจแล้ว ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ภายในของเราเอง เพราะมีความขัดข้องทางเทคนิคการออนไลน์ เจ้าหน้าที่เคยคิดว่าถูกแซงคิวโดยวีไอพีและมีเป็นส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่เข้าใจดี โดยประมาณเดือนเมษายนและพฤษภาคมก็จะได้รับการฉีดครบทุกคนที่ลงทะเบียนไว้ แต่ยืนยันว่าคนโพสต์ ไม่ใช่บุคลากรของเรา แต่ได้ข้อมูลไป ซึ่งคงไปทำอะไรไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้น มีผลต่อขวัญและกำลังใจบ้าง แต่ไม่ท้อแท้  เพราะเรามีหน้าที่รักษาประชาชน อาจกระทบบ้างและเข้าใจและคิดว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านไปได้ดี โดยจะทำการชี้แจงไปที่กระทรวงฯ ส่วนบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปไม่มีผลช้างแคียงใดทั้ง 322 ราย ยืนยันว่าวัคซีนปลอดภัยสูงมาก

ในขณะที่ นพ.วีรยุทธ โฆษิตสกุลชัย ประธานบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่า การจัดสรรวัคซีนถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ เพียงแต่เกิดความสื่อสารไม่เข้าใจ ไม่ตรงกันเท่านั้น ในส่วนของการรับฉีดวันแรก แต่วัคซีนมีจำกัดจึงมีการแบ่งให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงสูงก่อน และจะทยอยไปจนครบ 100% ในเร็วนี้

ส่วน นพ.กาจบัณฑิต สุรสิทธิ์ อายุรแพทย์ กล่าวว่า ตนเองเป็นทีมแพทย์ที่สัมผัสสูงโดยตรง เพราะรักษาผู้ป่วยอักเสบ ในฐานะเสี่ยงสูงจึงอยู่ในกลุ่มแรกที่ฉีด และขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่าวัคซีนที่จัดสรรมาปลอดภัยและจำเป็นต้องรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรค

นางสายสุดาธนัช สุทธิรัตน์ชัยชาญ พยาบาลคลีนิคไข้หวัด กล่าวว่า ตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง และฉีดวัคซีนแล้ว รู้สึกมั่นใจมาากขึ้นในการที่จะดูแลผู้ป่วยเสี่ยงสูงที่ติดเชื้อ

นางดรุณี ดลรัตนภัทร หัวหน้าหอผู้ป่วยติดเชื้อ กล่าวว่า ให้การดูแลพยาบาลและคนไข้ที่เป็นโควิด19 และเจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงสูง และทุกคนจะได้รับการฉีดครบทุกคน ความรู้สึกเมื่อได้รับวัคซีนเข็มแรกก็มั่นใจมากขึ้น

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน