ข่าวด่วน

เชียงใหม่ประกาศ ‘ปิดป่า’จับผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์5ราย ยึดอาวุธปืน ยาบ้า-เฮโรอีน

วันที่ 2 มีนาคม 2564 นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติศรีลานนา (ดอยม่อนล้าน) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ป.พัน17 พล.ร.7 ชุดปฏิบัติการดอยม่อนล้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตำบลป่าไหน่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ออกตรวจลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ และออกตรวจลาดตระเวนไฟป่าในพื้นที่

นายภูพิชิต เปิดเผยว่า จากคำสั่งประกาศปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2564 เพื่อป้องกันภัยจากไฟป่า หมอกควัน และลดมลพิษทางอากาศ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายบุกรุกแผ้วถางเผาป่าล่าสัตว์ป่าอย่างเข้มข้น ตรวจพบว่ามีผู้ฝ่าฝืนประกาศอุทยานฯ ด้วยการเข้าป่าเพื่อจะทำการล่าสัตว์ป่าบริเวณป่าปางตอย หมู่ 4 ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จึงจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน อาวุธปืนแก๊ป จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน  มีด จำนวน 3 เล่ม ไฟฉายคาดศีรษะ จำนวน 3 อัน ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2 เม็ด ยาเสพติดประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวน 1 ขวด

ดำเนินคดีในข้อหา กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(7) นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ บทกำหนดโทษตามมาตรา 45 ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 20 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนประกาศอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ บทกำหนดโทษตามมาตรา 47 ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ก่อนนำตัวส่ง สภ.พร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและยาเสพติดให้โทษต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ระหว่าง 44 – 133 มคก./ลบ.ม.,ค่า PM10 ระหว่าง 60 – 183 มคก./ลบ.ม. และค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI ระหว่าง 76 – 243 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะใน 5 จังหวัด สูงสุดวัดได้ที่ อ.แม่สอด จังหวัดตาก อำเภอเมือง ,อ.แม่เมาะ จังหวัดลำปาง อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย อ.เมือง จังหวัดแพร่ และ อ.เมือง จังหวัดกำแพงเพชร ส่วนใหญ่เกิดจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การจุดไฟหาของป่า การเผาเศษวัชพืช และการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร ทั้งนี้สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 928 จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 555 จุด พื้นที่ป่าสงวนฯ จำนวน 350 จุด

“ล่าสุดส่งกำลังประชาชนชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติของหมู่บ้านๆ ละ 50 นาย จำนวน 88,571 นาย ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึก 15 ชุดปฏิบัติการ ออกรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ เพื่อร่วมกันลดการเผาในพื้นที่ ตลอดจนแนะนำประชาชนดูแลสุขภาพช่วงเกิดภาวะหมอกควัน พร้อมทั้งส่งกำลังจากหน่วยขึ้นตรงเข้าช่วยดำเนินการดับไฟในพื้นที่เสี่ยงที่กำลังเกิดไฟป่าในช่วงนี้ ณ บ้านดอยหลวง อ.เชียงดาว ต.หนองหาร ต.ป่าไผ่ ต.แม่แฝก อ.สันทราย อ.ดอยเต่า อ.อมก๋อย อ.ดอยสะเก็ด และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา รอยต่อ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พร้าว อ.แม่แตง อ.เชียงดาว” พล.ต.ถนัดพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ จ.เชียงใหม่ สภาพหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ปกคลุมเหนือท้องฟ้าในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ ทำให้นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในขณะออกสู่บริเวณที่โล่งและกลางแจ้ง

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน