ข่าวด่วน

ผบช.ภาค5คาดคนร้ายมืออาชีพ ใช้เวลา30นาทีเจาะตู้เอทีเอ็มแบงก์ดัง-จอมทอง ได้เงิน2.1ล้าน พ่นสีทับรอยนิ้วมือเกลี้ยง ชุดสืบสวนคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบแล้ว

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบปีนเข้าไปทางห้องน้ำชั้น 2 ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจอมทอง ถนนเชียงใหม่-ฮอด ต.ข่วงเป่า อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่ปิดสาขาไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2563  ก่อนจะใช้เครื่องเป่าเหล็กเจาะตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าธนาคาร กวาดเงินสดไปได้กว่า 2.1 ล้านบาท   

โดยคนร้ายลักลอบเข้าไปในธนาคารเมื่อเวลา 22.00 น. และใช้เวลาเจาะตู้เอทีเอ็ม เพียง 30 นาที ก่อนจะนำเงินภายในตู้เอทีเอ็มออกมา และใช้เวลาลบด้วยสีสเปรย์พ่นทับลายนิ้วมือและหลักฐานต่างๆ จนถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนหลบหนีออกไปโดยไม่มีใครเห็น เนื่องจากธนาคารไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเป็นช่วงกลางดึกที่ปลอดคน ขณะเดียวกันคนร้ายรู้มุมของกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ จึงไม่สามารถจับใบหน้าคนร้ายได้ กระทั่งเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ได้รับแจ้งเตือนทางระบบว่าตู้เอทีเอ็มสาขาดังกล่าวขัดข้อง จึงส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และพบว่าตู้เอทีเอ็มถูกเจาะ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.จอมทอง โดยเปิดเผยว่า พนักงานธนาคารเพิ่งเอาเงินมาเติมใส่ตู้เอทีเอ็มไปเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวน 6 ล้านบาท

ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ธวัธชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เพื่อร่วมกับชุดสืบสวน สภ.จอมทอง เพื่อติดตามหาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ  ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เนื่องจากที่เกิดเหตุพบมีรอยเท้าจำนวนมาก ลักษณะไม่ตรงกัน  คาดว่าคนร้ายจะถอดรองเท้าและเดินเท้าเปล่า

“คาดว่าคนร้ายจะเป็นมืออาชีพที่มีความชำนาญ และรู้ทิศทางเป็นอย่างดี เพราะทุกจุดที่คนร้ายใช้มือจับ เช่น บริเวณผนังหลังลงมือก่อเหตุแล้ว ได้ใช้สีเปรย์พ่นทับ เพื่อปิดบังร่องรอยลายนิ้วมือ ไม่ให้เจ้าหน้าที่แกะรอยได้ ซึ่งถือคนร้ายเตรียมการมาล่วงหน้าอย่างดีก่อนก่อเหตุ”

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า กรณีนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับคนร้ายที่มีพฤติการณ์ก่อเหตุโดยใช้แก็สเจาะตู้เอทีเอ็มในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามตำรวจกำลังเร่งติดตามหาเบาะแสตัวคนร้าย และหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พร้อมสอบพยานแวดล้อม คาดว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งแล้ว แต่ผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธอยู่

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน