ข่าวด่วน

ปชช.แห่ ร่วมเปิดตัว ‘แม่โจ้ชวนยิ้ม ชิมกัญ(ชา)’ สาธิต120เมนูรสเด็ดจากใบสด-ต้น-ราก เล็งต่อยอดงานวิจัย-วางเป้าจุดขายขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.00 น.​วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 ที่โรงปลูกกัญชาทางการแพทย์ 16,700 ต้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นายสำเริง ไชยเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันเปิดงานโครงการแม่โจ้ชวนยิ้ม ชิมกัญ(ชา) โดยมีผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจเดินทางมาร่วมงานมากกว่า 1,000 คน ตามมาตรการสาธารณสุขในการป้องกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้นายสำเริง และ รศ.ดร.วีระพล ได้ร่วมกันสาธิตเมนูพิเศษ 2 เมนู ประกอบด้วย ข้าวไข่เจียว กระเพราหมูสับ ใส่กัญชาราดข้าว เพื่อมอบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมชิมฟรี นอกเหนือจากร้านค้าที่ตอบรับเข้าร่วมสาธิตการนำชิ้นส่วนกัญชา ได้แก่ ใบ ต้น และราก ที่ใช้ได้อย่างถูกกฎหมายมาปรุงอาหาร ซึ่งมีร้านอาหารทุกระดับ ทั้งสตรีทฟู้ดส์และร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ รอบๆ เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ จำนวน 47 ราย นำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลาย อาทิ อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถชมการปรุงอาหารและชิมฟรีตลอดการจัดงาน จำนวน 5 รายการ ซึ่งเป็นมาตรการการป้องกันอันตรายกับผู้บริโภคที่อาจมีอาการแพ้สารสำคัญในพืชกัญชา 

ศ.ดร.อานัฐ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ รับผิดชอบดำเนินการ เพื่อเป็นการต่อยอดจากงานวิจัยจากโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะนำชิ้นส่วนของกัญชานอกจากช่อดอกมาใช้ประโยชน์ และทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยมีโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นต้นแบบในเรื่องการนำมาใช้ปรุงเป็นเมนูอาหาร และได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารและยา (อย.) ด้วย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบและทำให้ทราบถึงคุณสมบัติที่ดีของกัญชาในการนำมาใช้ปรุงอาหาร ตลอดจน เป็นการประเมินผลข้อมูลที่นำไปสู่การวางหลักเกณฑ์ ทั้งวิธีการและปริมาณการใช้ที่เหมาะสมเพื่อหน่วยงานรับผิดชอบจะประกาศบังคับใช้เป็นกฎระเบียบตามกฎหมายต่อไป

“ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการนั้น มีทุกระดับตั้งแต่ร้านอาหารตามสั่งในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สตรีทฟู้ดส์ทั่วไป ร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ และบริษัทเอกชนผู้ผลิตอาหารเครื่องดื่ม โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้สนับสนุนใบกัญชาสดให้ร้านละ 200 กรัม พร้อมปริมาณแนะนำการใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารเฉลี่ยจานละ 1 ใบ  รวมทั้งชิ้นส่วนของต้นและราก อีกจำนวนหนึ่งตามความเหมาะสม และตามสูตรอาหารของแต่ละร้าน เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหาร และนำเสนอเมนูอาหารอย่างหลากหลาย  ทั้งอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม โดยแต่ละร้านทำการปรุงร้านละ 3 เมนู รวม 120 เมนู เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมการปรุงอาหารและชิมฟรี ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นแหล่งปลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย และกัญชามีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับจากผลงานวิจัย ที่พร้อมใช้ชิ้นส่วนของกัญชาสนับสนุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่อีกทางหนึ่ง”

ศ.ดร.อานัฐ กล่าวย้ำว่า แม้ว่าขณะนี้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขจะปลดล็อคให้ชิ้นส่วนกัญชาทั้งใบ ต้น และราก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้นั้น ต้องนำมาจากแหล่งที่ผู้ปลูกได้รับการอนุญาตให้ปลูกถูกต้องตามกฎหมายด้วย ไม่เช่นนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งหากมีการได้มาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและถูกต้องตามกระบวนการก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้ เช่น นำไปใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม ส่วนในกรณีถ้าหากมีผู้ประกอบการจะนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอาง เพื่อจำหน่ายนั้น จะต้องมีการแจ้งและขอนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

น.ส.อัญวีณ สิริศักดิ์วรกุล เจ้าของร้านละมุนละไม กล่าวว่า วันนี้ทำเมนูที่อยู่ในกระแสของตลาด คือ ครัสซองต์อารมณ์ดี กระเพราอารมณ์ดี และกาแฟอเมริกาโน่ ฮันนี่ ฮานาบิส โดยนำสาวผสมของกัญชามาใส่ไว้ สิ่งที่ได้ คือ กลิ่นและความหอมของรสชาติที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน รู้สึกตื่นเต้นในความแปลกใหม่ของอาหารที่ทำขึ้น ถือเป็นทางเลือกที่น่าจะเหมาะกับสถานการณ์ในขณะนี้

ในขณะที่นายอนุพงษ์ หลักมั่น เจ้าของร้านไวน์ คอฟฟี่ แอนด์ บิสโทร กล่าวว่า การนำกัญชามาเป็นส่วนผสมในอาหารถือเป็นเรื่องน่าสนใจ ทางร้านจึงนำมาผสมกับเมนูยอดนิยม คือ พิซซ่า และสเต็กหมูคุโรบุตะ รับประกันว่าลูกค้าได้รับประทานแล้วจะต้องมีอารมณ์ที่ดีและยิ้มได้ตลอดวัน เพราะความอร่อยที่ได้รับจากความแตกต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งเรานำกัญชามาหมักเพื่อให้กลิ่นเข้าไปในเนื้อหมู ทำให้หอมหวานและอร่อยมากขึ้น

ส่วนป้าณัฐ เจ้าของร้านไส้อั่วสมุนไพรใบกัญชา จากปากเกร็ด นนทบุรี กล่าวว่า แต่เดิมทำคลินิกรักษาประชาชน แต่เมื่อเห็นว่ามีการปลดล็อคแล้ว ก็เลยเดินทางมาร่วมกิจกรรมนี้ เมื่อได้รับชิ้นส่วนของกัญชามาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็นำกัญชามาบดและคั่วก่อนนำไปผสมกับหมูและยัดไส้ รสชาติที่ได้จะหอมนำแตะจมูก อร่อยมากขึ้น ไส้อั่วเป็นเมนูที่น่าจะได้รับความนิยมเพราะคนชอบอยู่แล้ว ซึ่งทางร้านตั้งใจจะขายเมนูนี้ในราคา 490 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่เราขายไส้อั่วธรรมดาที่ 400 บาทต่อกิโลกรัม จึงเท่ากับเพิ่มมูลค่าให้กับเมนูอาหารธรรมดา ซึ่งต่อไปก็จะรับซื้อชิ้นส่วนกัญชาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมายไปปรุงอาหารในเมนูไส้อั่วเพื่อขายต่อไป

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน