ข่าวด่วน

เชียงใหม่เตรียมประกาศ ‘ห้ามเผา’ พ่อเมืองสั่งปิดป่า จี้ อปท.เยียวยา-ดึงคนร่วมลาดตระเวนระวังไฟ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการฯ นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ทั้ง 25 อำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็กฯ ในระดับพื้นที่

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า ในภาพรวมมี 2 พื้นที่ที่จะต้อง พื้นที่แรกมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิง อีกหนึ่งพื้นที่ที่จะต้องให้ความสนใจโดยเฉพาะในห้วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นห้วงที่มีสถิติการเกิดจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เป็นพื้นที่ที่ต้องช่วยกันควบคุมไม่ให้เกิดไฟ หากดูสถิติการเกิดจุดความร้อนในปีนี้จะเห็นได้ว่า ในพื้นที่ควบคุมมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเป็นแนวทางใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่นำมาใช้ในปีนี้ ซึ่งไม่ใช่จะให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว ไม่ใช่เพลินกับของใหม่แต่ลืมของเก่า จะต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ควบคุมด้วย

“พื้นที่ควบคุมที่เกิดไฟ ประการแรกอาจจะเกิดจากความประมาทในการเข้าไปเก็บของป่า แล้วทำให้เกิดไฟขึ้น อีกประการอาจจะมีผู้ไม่หวังดีไปจุดไฟ ด้วยวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง แม้กระทั่งการเพิ่มพื้นที่ ในระดับพื้นที่มีการแบ่งแล้วว่า พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่บริหารจัดการ พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ควบคุม เรื่องนี้ทุกอำเภอต้องอย่าลืม การบริหารจัดการต้องดูความเหมาะสม ทั้งเงื่อนเวลา ขนาดของพื้นที่ที่ต้องจัดการ รวมถึงสิ่งที่ต้องบริหารจัดการ และที่ต้องให้ความสำคัญด้วยคือ การทำแนวกันไฟ การลาดตระเวน เป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไป โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดไฟในช่วงเวลากลางคืน เพราะไฟในเวลากลางคืนก่อให้เกิดการสะสมของฝุ่นควันเพราะอากาศเย็นก็จะต่อเนื่องจนถึงเช้า”

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า มาตรการตอบโต้สถานการณ์ในห้วงเดือนมีนาคมเดือนเมษายน ขอให้ร่วมกันพิจารณาว่า ป่าทั้งที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ ก็ขอให้มีการประกาศปิดป่า เพื่อการป้องกันในการที่จะมีการเข้าไปเก็บของป่า ในส่วนของศูนย์ฯ ระดับตำบลก็ต้องพิจารณาถึงความเดือนร้อนของราษฎรในพื้นที่หลังจากที่มีประกาศปิดป่า ก็หามาตรการเยียวยาให้อย่างเช่น การนำมาช่วยการลาดตระเวนในพื้นที่ป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่แล้วจัดหาเบี้ยเลี้ยงให้ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติไว้ก่อนแล้ว จะต้องบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงานในระดับพื้นที่ที่จะต้องช่วยเยียวยากลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ในการที่จะไม่ให้เข้าป่า

“เมื่อปิดป่าแล้วก็ต้องมีประกาศห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยกำหนดให้ชัดไปเลยว่า พื้นที่ต่อไปนี้ห้ามเผาเด็ดขาด หากเกิดไฟขึ้นระบุให้ชัดว่า ใครรับผิดชอบ ใครพบเห็นการเกิดไฟจะแจ้งได้ที่ไหน ในพื้นที่ป่าก็ให้เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลป่านั้นเป็นผู้รับแจ้ง ส่วนนอกพื้นที่ป่า ที่โล่ง ก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ ผู้บริหาร อปท. ในการรับแจ้ง และที่ต้องมีประกาศอีกฉบับก็จะเป็นประกาศตาม พรบ.สาธารณสุขฯ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นต้องดำเนินการที่เป็นความผิดตาม พรบ.สาธารณสุขฯ ก็ให้สำนักงานสาธารณสุขฯ ในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายออกประกาศฉบับเดียวเพื่อให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดเชียงใหม่” นายเจริญฤทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระยะนี้เวลาช่วงค่ำจนเช้ามักเกิดไฟไหม้ป่าจำนวนมาก ซึ่งยากลำบากต่อการเข้าไปดับเนื่องจากอันตราย ส่วนใหญ่เกิดในเขตอำเภอสันทราย อำเภอดอยเต่า อำเภอจอมทอง อำเภอสันกำแพง และอำเภอดอยหล่อ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน