ข่าวด่วน

เชียงใหม่เปิดตัว ‘บ้านผีเสื้อเฮ้าส์’ที่อยู่อาศัยยุคใหม่ 1ใน32โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลก

ค่ำวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ณ The Lawn ลานกลางแจ้ง โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท คึกคักไปด้วยบุคคลสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้แทนจากกงสุลต่างประเทศประจำจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ เพื่อร่วมรับฟังการเปิดตัวโครงการ ‘บ้านผีเสื้อเฮ้าส์’ หรือ Phi Suea House โครงการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ที่สามารถสร้างพลังงานใช้เอง จากพลังงานระบบไฮโดรเจน และพลังงานแสงอาทิตย์

เพราะโครงการ ‘บ้านผีเสื้อเฮ้าส์’ ในประเทศไทย ได้รับเลือกขึ้นบนแพลตฟอร์มไฮโดรเจนของ COP21 โดยสหภาพยุโรปประกาศให้โครงการบ้านผีเสื้อของประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation 

แพลตฟอร์มนี้นำเสนอโครงการชั้นนำที่เรียกว่า ‘Hydrogen Valleys’ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการที่ส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากการประกาศโครงการไฮโดรเจนชั้นนำของโลกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป มีโครงการบ้านผีเสื้อที่พัฒนาโดย Enapter หนึ่งในบริษัทไฮโดรเจนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โครงการนี้สร้างขึ้นในปี 2015 เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งหมด ที่สำคัญโครงการบ้านผีเสื้อเป็นเพียงโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Hydrogen Valley และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีการใช้งานจริง จาก Hydrogen Valley อื่นๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

แนวคิด Mission Innovation ริเริ่มจาก การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส เมื่อปี 2015 เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดในระดับโลก การเปิดตัวแพลตฟอร์มในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านนวัตกรรม 1 ใน 8 ด้าน นำโดยประเทศออสเตรเลีย เยอรมัน และสหภาพยุโรปในฐานะผู้นำร่วมของเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนและไฮโดรเจนสะอาด

“ประเทศไทยตั้งเป้าให้มีสัดส่วนพลังงานทดแทน 30% ภายในปี 2037 ทั้งนี้ ความท้าทายไม่ใช่แค่การผลิตพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ประเทศไทยเห็นว่าการกักเก็บพลังงานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงยินดีที่ทราบว่าประเทศไทยมีโครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ในแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation และหวังว่าบ้านผีเสื้อจะไม่เป็นเพียงโครงการเดียวแต่เป็นโครงการแรกของอีกหลาย ๆ โครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ดร.ทวารัฐ กล่าว

ในขณะที่ Mr. Georg Schmidt หรือนายเกออร์ค ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ โครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการที่แสดงให้เห็นว่าพลังงานไฮโดรเจนสามารถนำมาใช้ได้แล้วในวันนี้ เป็นต้นแบบของ Enapter บริษัทสัญชาติเยอรมันที่เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมัน”

Mr. Sebastian-Justus Schmidt หรือ นายเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประจำเชียงใหม่ เจ้าของบ้าน บอกอย่างภาคภูมิใจว่า โครงการบ้านผีเสื้อเฮ้าส์ เป็นโครงการพลังงานทางเลือกอย่างยั่งยืน ที่ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัย และสามารถนำพลังงานกลับมาใช้หมุนเวียนอย่างยั่งยืน 

“แม้ว่าในช่วงเริ่มต้น หรือประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา การดำเนินโครงการให้เกิดขึ้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงเทียบเท่าการซื้อรถเฟอร์รารี่ หรือรถสปอร์ตราคาแพงลิบ แต่ปัจจุบันนี้ราคาได้ลดลงมากว่า 50% หรือเทียบเท่ารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือบีเอ็มดับบลิว แล้วก็ตาม เพราะคุ้มค่ากับการลงทุนที่จะทำให้การปลูกบ้านประหยัดพลังงาน ดูแลสิ่งแวดล้อม และรักษ์โลกไปด้วยในตัว มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา 5,000 บาทต่อตัวต่อปี ซึ่งสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 6-10 ปี หรือหากต้องการติดตั้งเฉพาะระบบก็อยู่ที่ 2-4 ล้านบาท แล้วแต่ขนาดของกลุ่มบ้านหรืออาคาร”

นายเซบาสเตียน ย้ำว่า ในแง่ความปลอดภัย ถือว่าสูง เพราะโมเลกุลมีขนาดเล็กและเบาที่สุด อาจจะมีข้อเสียบ้างเล็กน้อย เพราะมีลักษณะคล้ายก๊าซ ngv ปลิวไปง่าย ขอเพียงเก็บด้วยความระมัดระวัง หลังคาโปร่ง สูง โล่ง ก็จะปลอดภัยมากขึ้น 

ส่วนนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวแสดงความยินดีกับโครงการบ้านผีเสื้อและผู้ก่อตั้งโครงการ นายเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ และบริษัท Enapter สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ พร้อมทั้งย้ำว่า บ้านผีเสื้อทำให้เรารู้แล้วว่า เราเป็นได้มากกว่า เราทำได้มากกว่า และได้จารึกสิ่งเล็กๆ นี้ไว้ในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ 

ทั้งนี้บ้านผีเสื้อ เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานแบบไฮบริดไฮโดรเจน ร่วมกับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน โครงการต้นแบบนี้พัฒนาโดยนายเซบาสเตียน ยุสตุส ชมิดท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Enapter ผู้ผลิตเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM ที่ติดตั้งอยู่ในโครงการบ้านผีเสื้อ ทำงานโดยการผลิตไฮโดรเจนจากน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์

และ Enapter เป็นผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM ที่มีประสิทธิภาพสูง รายเดียวของโลก ที่มีประสิทธิภาพสูง และทำงานแบบโมดูลาร์ เครื่องผลิตไฮโดรเจนชนิดนี้ถูกใช้อยู่ในกลุ่มลูกค้ามากกว่า 100 ราย กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ Enapter ได้เลือกประเทศเยอรมันเป็นฐานผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์แห่งใหม่ จะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022 ฐานผลิตแห่งใหม่จะสามารถผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์ได้มากกว่า 100,000 โมดูลต่อปี ด้วยสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่มีการใช้งานมานานกว่า 10 ปีทำให้อิเล็กโทรไลเซอร์ของ Enapter มีเอกลักษณ์พิเศษ ต้นทุนต่ำ และขนาดกะทัดรัด เทคโนโลยีนี้มีการใช้อยู่ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลกทั้งในอุตสาหกรรมพลังงาน ขนส่ง โทรคมนาคม การผลิตความร้อน และอื่นๆ 

แม้ขณะนี้ทั่วโลกจะมีผลกระทบต่อการเกิดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 แต่ Enapter บอกว่าไม่กระทบ หรือกระทบก็เพียงเล็กน้อย เพราะ Enapter มีสำนักงานอยู่ในหลายประเทศ ทั้งอิตาลี เยอรมนี ไทย และรัสเซีย ที่ผู้สนใจสร้างบ้านแบบโครงการบ้านผีเสื้อเฮ้าส์ ซึ่งเป็นต้นแบบด้านไฮโดรเจน ก็สามารถติดต่อกันได้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน