ข่าวด่วน

เชียงใหม่ปลดล็อค ยกเลิก ‘ห้ามเผา’เน้นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าลดจุดความร้อน25%

เมื่อเวลา 09.00 น.​วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ที่ห้องประชุทพลอยชมภู โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ต เชียงใหม่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ จัดสัมมนา ‘ฝุ่นใกล้มา สภาฯพบสื่อ’ โดยมีการแถลงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มาตรการและความพร้อม ตลอดจนความคืบหน้าแผนการทำงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ในปี 2564 เพื่อความร่วมมือในการป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

โดยนายบัณรส บัวคลี่ ผู้แทนสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้มีแนวทางการรองรับปัญหามาแล้วจากส่วนกลาง แม้ว่าสภาลมหายใจอาจจะยังไม่พอใจมาตรการที่วางไว้ แต่ก็ถือว่ามีความคืบหน้าในการเร่งรัดที่จะมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ชัดเจน รวมทั้งการถ่ายโอนความรับผิดชอบสู่มือชุมชน เพื่องบประมาณที่จะนำมาบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการควบคุมการเกิดไฟป่าอย่างครอบคลุม 

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่โมเดล เป็นเรื่องที่เราอยากขยายไปทั่วภาคเหนือ เพราะเป็นการรวมตัวกันของภาคประชาชนทุกภาคส่วน ทำให้มองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคน คนเมืองไม่โทษเกษตรกรว่าเป็นสาเหตุของการเกิดไฟป่า มีการรปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากฝุ่นควันไม่ใช่การดับไฟ แต่เป็นการหันมามองว่าสาเหตุมาจากการพัฒนาด้วย ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ควันรถ หรือมลพิษ มีการนำข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการเข้ามาช่วยมากขึ้นในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง นำพื้นที่ป่าเป็นตัวตั้งและใช้ชุมชนเป็นหลักในการดูแลผ่านการสนับสนุนจากทุกส่วน ปีนี้จึงขอฝากพี่น้องประชาชนหยุดการเผาไปเรื่อย เพื่อความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืน

นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่จะไม่มีการประกาศ ‘ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด’ อีกต่อไป เพราะที่ผ่านมาไม่เคยห้ามได้ ดังนั้นในปีนี้จะเริ่มที่การจัดการจุดความร้อน หรือ Hotspot ด้วยการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยแบ่งเป็น 2 โซน เริ่มที่โซนใต้ คือ อ.หางดง อ.แม่วาง อ.ฮอด อ.ดอยเต่า อ.อมก๋อย อ.แม่แจ่ม เพราะใบไม้แห้งก่อน โดยจะเริ่มในระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ส่วนจะเป็นอำเภอไหนก่อนหลัง ต้องดูลมหนาว หรือลมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนโซนเหนือ คือ เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ช่วงฝนชะช่อมะม่วง การบริหารจัดการจะเริ่มในเดือนมีนาคม-เมษายน ลมพัดขึ้นเหนือไม่สะสมในเขตเมือง และใบไม้จะแห้งพอดี 

“ปีนี้เรามีพื้นที่เป้าหมายไม่เกิน 5 แสนไร่ และลดจุด Hotspot ลงให้ได้ 25% หรือ 1 ใน 4 ของปีที่ผ่านมาที่ 1.3 ล้านไร่ และจุด Hotspot 20,000 กว่าจุด และเตรียมคลิกออฟการแก้ปัญหาปีนี้ในวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ทั้งการทำฝาย 1,009 ฝาย เพื่อสร้างความชุ่มชื้น รวมพลังจิตอาสาเก็บใบไม้ตลอดเส้นทางขึ้นดอยสุเทพไปจนถึงหน้าพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ นอกจากนี้ก็จะมีการทำปุ๋ยอัดแท่ง ก็าซชีวมวล เตาเผาไร้ควัน ผมเชื่อว่าหากประชาชนร่วมมือกันมั่นใจว่าจะลดจุด Hotspot ได้จริง 50% เพื่อให้การดำเนินงานกลายเป็น ‘เชียงใหม่โมเดล’ จริงๆ ตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้” นายสมคิด กล่าว

นายสมนึก ท้าวพา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า การยกเลิกการห้ามเผา เชื่อว่าจะแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าจะมีความสำเร็จสูงแน่นอน เชื้อเพลิงจะลดลง เพราะเราจะชิงเผาก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง ทำแนวกันไฟ ทำถ่านไม้อัดแห้ง ทำใบไม้ให้กลายเป็นเงิน สร้างฝายมีชีวิต บริหารจัดการพื้นที่ชิงเผา ดูแลป่าอนุรักษ์ และพื้นที่นอกเขตป่า 

“ปัญหาที่สะสมมาหลายปีคือ ปัญหาปากท้องของประชาชนที่หวาดระแวงในการอาศัยทำกินในพื้นที่ป่า ปีนี้เราได้รับงบประมาณสนับสนุนจากงบโควิด-19 ที่จะลงไปยัง 349 เครือข่ายของชุมชน ซึ่งจะมีเงินอุดหนุน 9,000 บาทต่อคนต่อเดือน จะช่วยให้การดูแลพื้นที่ดีขึ้น” นายสมนึก กล่าว

ทั้งนี้ที่ประชุมมีการถกเถียงกันเรื่องเงินบริจาคที่ประชาชนให้การสนับสนุน เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทุกหน่วยงาน เพราะหน่วยงานราชการจะติดปัญหาการเบิกเงินออกมาช่วยเหลือ ซึ่งไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงมีมติว่า น่าจะให้สภาลมหายใจเชียงใหม่เป็นหลักในการรับบริจาค และส่งมอบเงินถึงชุมชนได้โดยตรงอย่างทันท่วงที และมีการเปิดเผยรายรับรายจ่ายให้ชัดเจนที่สามารถตรวจสอบได้ โดยจะนำเข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อหาข้อสรุปในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน