ข่าวด่วน

ม.แม่โจ้จับมือปางช้างแม่สา วิจัยปุ๋ย-ผลิต ‘กาแฟมูลช้างอินทรีย์’รสหอมนุ่ม กลิ่นเฮอเบิ้ล หนึ่งเดียวของโลก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่โรงผลิตปุ๋ย The Chang Village บ้านโต้งหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ Memorandum of Understanding : MOU ทางวิชาการกับบริษัทปางช้างแม่สา จำกัด เพื่อการวิจัยและผลิตปุ๋ยมูลช้างอินทรีย์ พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตกาแฟสูตรพิเศษจากปุ๋ยมูลช้างอินทรีย์แห่งแรกของโลก

โดยนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช ผู้บริหารปางช้างสา กล่าวว่า กว่า 44 ปี ที่ดำเนินธุรกิจเลี้ยงช้างเพื่อการท่องเที่ยว แต่เมื่อมาถึงเวลาโลกเปลี่ยนเราก็ต้องปรับเพื่อความอยู่รอดของช้างกว่า 80 เชือก และคนเลี้ยงช้างทุกคน ปางช้างแม่สาจึงจับมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ม.แม่โจ้) ร่วมกันพัฒนาต่อยอด โดยเดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจของมูลช้างให้มีมูลค่าเพิ่ม เพราะปกติเรานำหญ้าที่มีคุณภาพดีมาให้ช้างกินเฉลี่ยวันละ 10-15 ตัน ได้มูลช้าง 5-6 ตัน ที่ผ่านมาเรานำมาเป็นปุ๋ยบำรุงพืชผักสวนครัวในพื้นที่ แต่เราต้องการต่อยอดให้เป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ 300 ตันต่อครั้ง และนำออกจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ในแบบ ‘คนเลี้ยงช้างด้วยมูลช้าง’ ทดแทนการนำช้างมาจัดแสดงในแบบเดิม ส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ช้างไทย ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์อนุรักษ์ในอนาคต

ผศ.ดร.บัญญัติ มณเทียรอาสน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะได้ช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจปางช้างทางการท่องเที่ยวไปสู่การวิจัยและความร่วมมือในการเพิ่มมูลค่า โดยนำเทคโนโลยีทางวิชาการมาเพิ่มผลิตผลจากช้าง เพื่อเลี้ยงช้างอย่างยั่งยืน ด้วยกระบวนอินทรีย์ที่แท้จริง

ผศ.ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน รองผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร ฝ่ายบริการ-วิชาการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผู้อำนวยการศูนย์เกษตรอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ กล่าวว่า ผลวิเคราะห์ปุ๋ยมูลช้างด้วยมาตรฐานกรมวิชาการเกษตร พบธาตุอาหารสำคัญหลักและรองไม่พบโลหะหนัก ถือว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย เบื้องต้นการทำงานของเราจะลดกระบวนการหมักปุ๋ยมูลช้างจากเดิม 7-10 เดือนให้เหลือเพียง 2 เดือน เพื่อนำไปเป็นอาหารพืชผัก กาแฟ และจำหน่ายต่อไป

ดร.ธีรวัฒน์ วงศ์วรทัต นายกสมาคมกาแฟและชาไทย ในฐานะรองประธานสมาคมกาแฟเอเชีย กล่าวว่า อ.แม่ริม อยู่ในพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า เพราะคุณภาพอากาศดี ซึ่งจะทำให้ได้กาแฟที่มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นกาแฟที่มีลักษณะพิเศษ มีความหอมนุ่มด้วยกลิ่นเฮอเบิ้ลแบบสมุนไพร 

“ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนปีหน้า จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกาแฟไทย ปักหมุดในฐานะหนึ่งเดียวของโลกด้วยกาแฟระดับพรีเมียมจากปุ๋ยมูลช้างอินทรีย์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกาแฟเอธิโอเปียที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลก” ดร.ธีรวัฒน์ กล่าว

ในขณะที่นายนพดล จารพันธ์จรัสศรี ผู้บริหารบริษัท ไอดินกลิ่นไร่ จำกัด กล่าวว่า จากการนำปุ๋ยมูลช้างของปางช้าแม่สาไปทดลองใช้ในดินปลูก พบว่ามีคุณภาพดีเกินคาด จึงพร้อมที่จะรับปุ๋ยมูลช้างไปใช้และจำหน่ายควบคู่ไปด้วย ถือเป็นการจับมือเดินไปด้วยกัน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อคนไทยและช้างไทยของเรา  

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน