ข่าวด่วน

เครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จังหวัดเชียงใหม่ รวมพลังแสดงความจงรักภักดีที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ เครือข่ายประชาชนปกป้องสถานบันพระมหากษัตริย์ กลุ่มไทยภักดีเชียงใหม่ และภาคีคนเชียงใหม่รักในหลวง จัดเวทีปราศรัยแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี โดยมีบุคคลสำคัญ อาทิ ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ประชาชนทุกเชื้อชาติและศาสนา ร่วมกันสวมเสื้อเหลืองทยอยกันมาร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

โดยประชาชนต่างพากันนำพระบรมฉายาลักษณ์ของแต่ละพระองค์ในราชวงค์จักรีมาถือไว้ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ และมีการผลัดเปลี่ยนกันปราศัยคนละ 10 นาที ประกาศพร้อมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และพร้อมใจกันร้องสดุดีมหาราชา เพลงไทยรักชาติ หนักแผ่นดิน สยามมานุสติ 

โดยนายน้อย สิบแสน อายุ 59 ปี ตัดผมเป็นเลข 9 ด้านหลังเป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งบอกว่า ตั้งใจทำเพื่อต้องการบอกทุกคนว่า ในหลวงคือที่สุดของหัวใจ

นอกจากนี้ยังมีนักร้องตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ ศิลปินนักร้องชื่อดังเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้นั้น โดยกล่าวว่า เนื่องจากตนต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน และต้องการฝากไปยังน้องๆ ที่ชุมนุมอยู่ว่า ชุมนุมได้ ขับไล่รัฐบาลได้ ตนเห็นด้วยเนื่องจากรัฐบาลก็บริหารบ้านเมืองล้มเหลวอยู่แล้ว แต่ไม่ควรจาบจ้วงสถาบันตนจึงอยากฝากไว้ให้คิดด้วย

ส่วนนายจารุวัฒน์ วิเศษสมบัติ หรือ พี่อ้อม นักร้องนำวงอินคา ซึ่งพาครอบครัวมาร่วมงานครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า ต้องออกมา เพราะรับไม่ได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น จากน้องๆ ที่ไม่เข้าใจและไม่รู้จักในหลวงของเราว่าท่านทรงงานเพื่อพสกนิกรมาตลอดพระชนมชีพ แต่คนรุ่นเราทราบและต้องช่วยกันปกป้องพระองค์

น.ส.วันชัยยา วงษ์ชมพู อายุ 30 ปี กล่าวว่า คนรุ่นเราไม่ลืมพระคุณของสถาบัน ตั้งแต่เกิดและเติบโตมาไม่มีวันไหนที่ท่านทำเพื่อตนเอง มีแต่ทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ เราคงยอมไม่ได้ที่จะมีใครออกมาย่ำยีจิตใจคนไทยทั้งชาติในแบบที่กำลังเกิดขึ้น

ต่อจากนั้นได้นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นนำสวดมนต์ ขอให้บ้านเมืองสงบสุขและสวดแผ่เมตตาให้กับผู้คิดร้ายกับชาติบ้านเมือง และร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมกันเปล่งเสียง ทรงพระเจริญ รวม 3 ครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับและจะนัดร่วมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน