เชียงใหม่กังวล ‘โคมควัน’ทำเครื่องบินดับ เผยสถิติพบ29ครั้งรอบอากาศยาน เหตุลอยไกล-อยู่นานบนท้องฟ้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายกฤษฎา พุกะทรัพย์​รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แถลงถึงแนวทางในการปฏิบัติเพือ่ป้องกันผลกระทบจากการปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือ (ว่าวฮม) ในเทศกาลลอยกระทรง หรือประเพณียี่เป็ง ประจำปี 2563 ว่า ประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อนุญาตให้มีการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือ (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศอย่างเด็ดขาดในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ อ.หางดง ครอบคลุมทุกอำเภอ อ.สารภี 4 ตำบล ได้แก่ ขัวมุง ดอนแก้ว ท่าวังตาล และหนองผึ้ง อ.แม่ริม 3 ตำบล คือ ดอนแก้ว ริมใต้ แม่สา อ.สันทราย 1 ตำบล คือ หนองหาร หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

“เพราะทั้ง 5 อำเภอ ตั้งอยู่ใน Toffy Zone ที่ควรจะต้องปลอดภัยจากอันตรายใดๆ ต่อเครื่องบินทุกชนิด ซึ่งในปีที่ผ่านมาในเขตการบินเจ้าหน้าที่เก็บซากโคมตกในพื้นที่ได้ 32 โคม ลดลงจากปีที่ผ่านมา 114 โคม ถือว่าแนวโน้มลดลงมากจากการประชาสัมพันธ์ของความร่วมมือมาตลอด แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบพื้นที่ภายในเขตการบินและนอกเขตการบิน โดยเฉพาะเขตการบิน ด้วยการออกตรวจทางวิ่งทางขับจากเดิมวันละ 4 ครั้ง เป็น 10 ครั้ง เพื่อตรวจเก็บซากโคมที่ลมพัดมาตก และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลา เพื่อเข้าจัดเก็บทันที หากหอบังคับการบินและนักบินแจ้งมาให้ทราบ”  

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ปีนี้เทศกาลลอยกระทงตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2563 การท่าฯ ได้รับข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 ตุลาคมนี้ว่า มีเที่ยวบินแจ้งยกเลิก จำนวน 16 เที่ยวบิน และเปลี่ยนแปลงเวลา 22 เที่ยวบิน รวม 38 เที่ยวบิน หรือ 15.83% ถือว่าน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะไม่มีเที่ยวบินต่างประเทศ 

ในขณะที่ พันจ่าโท สาคร ปีกอง ผู้จัดการควบคุมจราจรทางอากาศเขตประชิดสนามบินภูมิภาค วิทยุการบินเชียงใหม่ กล่าวว่า ปี 2562 ไม่พบโคมลอย แต่นักบินพบ ‘โคมควัน’ รวม 29 ครั้ง แยกเป็นในเขต Toffy Zone 10 ครั้ง นอกเขต 7 ครั้ง เขตเส้นทาง อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นช่วงเครื่องบินลดระดับความสูง 11 ครั้ง และรอยต่อ จ.ลำพูน อ.สันป่าตอง หางดง เมือง จ.เชียงใหม่ 1 ครั้ง 

“สิ่งที่นักบินแจ้งให้ทราบและเป็นข้อกังวล คือ โคมควันที่พบทั้งหมด ลอยอยู่ใต้เครื่อง กลางเครื่อง เหนือเครื่อง สรุปคือ รอบตัวเครื่องบินหรืออากาศยาน เป็นอันตรายมาก โชคดีที่ผ่านมาซากโคมควันไม่ได้ถูดดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์ดับ และเครื่องบินไม่สามารถทำการบินได้ และแม้ว่าจะมีการอนุญาตให้ประชาชนปล่อยโคมควันได้เฉพาะช่วงเวลา 10.00-12.00 น. แต่เนื่องจากโคมควันสามารถลอยไปได้ไกลและอยู่ในอากาศนานมาก จึงอยากขอความร่วมมือจากประชาชนให้ในเรื่องขนาดของโคมควันที่ไม่ควรใหญ่เกินไป และใช้สีที่ฉูดฉาดเพื่อให้นักบินมองเห็นในระยะไกล ไม่ควรใช้สีคราม ฟ้า หรือขาว ซึ่งกลืนไปกับท้องฟ้า” พันจ่าโท สาคร กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน