เชียงใหม่หารือรับมือ ‘ขยะกระทง’ยี่เป็งปี2563 รณรงค์1ครอบครัว1กระทง

วันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ห้องประชุมริมน้ำ โครงการชลประทานเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลจากงานลอยกระทงในลำน้ำปิง โดยมีนายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายสิรภพ แท่นมณี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้

ทั้งนี้ที่ประชุมรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่จัดให้มีประเพณียี่เป็ง หรือลอยกระทง อันเป็นประเพณีที่ดีงามและสำคัญของชาวล้านนาที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาล ทุกวันเพ็ญเดือนยี่ (เดือนสอง) ของล้านนา โดยประเพณีจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ถึง 15 ค่ำของทุกปี แต่เมื่อประเพณีสิ้นสุดลงจะมีเศษกระทง ขยะมูลฝอย ลอยไปติดอยู่ตามประตูน้ำ และตลิ่งริมน้ำจำนวนมาก ที่ผ่านมามีการรณรงค์ 1 ครอบครัว 1 กระทง ใช้วัสดุทางธรรมชาติ ลดปัญหาขยะด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถิติกระทงบริเวณหน้าประตูระบายน้ำป่าแดด ย้อนหลัง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2559 – 2562 พบว่าจำนวนขยะจากกระทงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559 จำนวน 300 ตัน ปี 2560 จำนวน 120 ตัน ปี 2561 จำนวน 70 ตัน และปี 2562 จำนวน 50  ตัน ซึ่งในปีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจัดกิจกรรมคลิกออฟ (Kick off) กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลจากงานลอยกระทงในลำน้ำปิง ปี 2563 จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ และเรือท้องแบนทำการตักขยะจากกระทงออกจากลำน้ำปิง

นายจรินทร์ กล่าวว่า จากการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการสุ่มตรวจสอบขยะกระทงบริเวณเหนือประตูระบายในลำน้ำปิง โดยพื้นที่ 1 ตารางเมตร จะมีกระทงเฉลี่ย 36 อัน น้ำหนักกระทงเฉลี่ยที่นำขึ้นชั่งจากน้ำ 17 กิโลกรัมต่อตารางเมตร พื้นที่ที่มีกระทงมาติด ประมาณ 2,700 ตารางเมตร คิดเป็นปริมาณกระทงที่มาติดบริเวณประตูระบายน้ำในปี 2562 ประมาณ 50 ตัน ส่วนมากเป็นวัสดุจากธรรมชาติ 95% วัสดุจากโฟม 5% โดยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานีพัฒนาที่ดิน จะรับไปทำปุ๋ย ส่วนวัสดุที่ไม่สามารถทำปุ๋ยได้เทศบาลนครเชียงใหม่ จะดำเนินการขนย้ายไปกำจัดที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การจัดเก็บกระทงเป็นภารกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ปีนี้มีการวางแผนว่าจะดำเนินการภายหลังจากการเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมลอยกระทงเสร็จแล้ว 2 วัน เพื่อรอให้กระทงที่อยู่ในอำเภอและตำบลต่างๆ ไหลลงมารวมกันที่บริเวณประตูระบายน้ำป่าแดด หลังจากนั้นก็จะจัดกิจกรรมจิตอาสา ระดมกำลังคนและเครื่องจักรมาทำการจัดเก็บขยะกระทง เพื่อให้แม่น้ำกลับมาใสสะอาดตามเดิม 

“ปีที่ผ่านมาพบว่ากระทงที่ทำมาจากวัสดุแป้งหรือขนมปัง เมื่อมารวมกันอยู่บริเวณประตูระบายน้ำจำนวนมากจะส่งผลกระทบำให้น้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ดังนั้น จึงขอความกรุณาพี่น้องประชาชนว่า ให้ช่วยกันในเรื่องการลดปริมาณขยะ โดย 1 ครอบครัว 1 กระทง เมื่อไปคู่ก็ขอให้แค่ 1 กระทง และควรใช้วัสดุทางธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ ไม่ควรใช้วัสดุหรือกระทงที่ทำมาจากขนมปัง เพราะจะทำให้น้ำเน่าเสียได้” นายรัฐพล กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน