‘เชียงใหม่’ ไฟเขียว จัดกิจกรรม รับน้องใหม่-เดินขึ้นดอย-รับปริญญา

วันที่ 8 ตุลาคม 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์​ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 56 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ จำนวน 3 เรื่อง คือ การตรวจคัดกรองพื้นที่เสี่ยงและสถานที่ที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าว ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงไปแล้ว 3,986 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อ ล่าสุดทางโรงพยาบาลลานนาออกสุ่มตรวจร้าน HOM BAR เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2563 โดยตรวจคนไทย 80 คน บุคคลต่างด้าว 8 คน ไม่พบผู้ติดเชื้อ, วันที่ 6 ตุลาคม 2563 โรงพยาบาลราชเวชออกตรวจตลาดสามแยกสันทราย และวันที่ 14 ตุลาคม 2563 โรงพยาบาลลานนาจะทำการออกตรวจร้าน Differ & แรดบาร์ ต่อไป

และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีมติเห็นชอบการป้องกันโรคโควิด-19 ของ 3 กิจกรรม คือ  กิจกรรมรับขวัญลูกช้างเชือกใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 กิจกรรมรับน้องขึ้นดอย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่วันที่ 6 ธันวาคม 2563 และพิธีประสาทปริญญาบัตร ครั้งที่ 43 ของมหาวิทยาลัยพายัพ ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 โดยขอความร่วมมือให้ผู้ที่เข้าร่วมงานหรือกิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดด้วย

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า นโยบายสำคัญที่จังหวัดเชียงใหม่จะดำเนินการ เพื่อป้องกันการระบาดระลอกที่ 2 มีจำนวน 8 ข้อ คือ การป้องกันและควบคุมโรค โดยจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัด แต่สถานประกอบการทุกแห่งต้องเคร่งครัดเรื่องรายชื่อ และการใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อจะติดตามผู้สัมผัสได้ทันที  การสุ่มตรวจสถานประกอบการ โดยศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) ดำเนินการตรวจคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่จะเข้าต่อทะเบียนแรงงานต่างด้าวในเร็วๆ นี้ ประสานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เร่งดำเนินการอบรมอาสาสมัครต่างด้าว (อสม.ต่างด้าว) 

วางเครือข่ายร้านขายยาหรือคลินิกทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ หากพบบุคคลต่างด้าวที่มีอาการทางเดินหายใจให้จดรายชื่อทุกคน ให้บุคลากรทุกหน่วยงานโดยเน้น 5 อำเภอชายแดน ในการจัดทำแผนเฝ้าระวัง ป้องกันโรค และให้จัดทำ Local Quarantine ระดับอำเภอ  รณรงค์ 6 มาตรการหลักในการป้องกันโรค ได้แก่ ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหรือวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า จัดจุดล้างมือให้เพียงพอ รักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร ทำความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดหรือมีคนเยอะๆ และสุดท้ายคือ การเตรียมความพร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ให้จัดตั้งทันทีถ้ามีการระบาดระลอกที่ 2

อย่างไรก็ตามที่ประชุมรายงานว่า สถานการณ์ทั่วโลก ยังพบผู้ป่วยสะสมทั่วโลกทะลุ 35,600,000 กว่าราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมทั่วโลก 1,040,000 ราย โดยจำแนกประเทศที่พบจำนวนผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ สหรัฐเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย และโคลอมเบีย ตามลำดับ ในฝั่งของแถบประเทศอาเซียนที่พบว่ามีการติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ตามลำดับ ส่วนเมียนมาเมื่อวานนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 987 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 18,781 ราย อยู่อันดับที่ 86 ของโลก

ในขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย อยู่อันดับที่ 139 ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,615 ราย เสียชีวิต 59 ราย ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อยังคงที่ในจำนวน 41 ราย และไม่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่เป็นระยะเวลา 147 วันแล้ว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน