ผู้เสียหายนับ10คนหอบหลักฐานร้องตำรวจ ถูกหลอกสมัครเป็นบอดี้การ์ดสนามบิน5แห่ง เสียหายหลักพันถึงหมื่นบาท

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2563 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่มอายุระหว่าง 25- 35 ปี  นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคเศรณี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ หลังถูกหลอกให้สมัครงานเป็น ‘บอดี้การ์ด’ ในท่าอากาศยาน 6 แห่ง คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง  และน่าน  โดยเสียเงินค่าสมัคร ค่าฝึกอบรม และค่าชุด ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทต่อคน แต่สุดท้ายไม่ได้ทำงานตามที่ตกลงไว้ จึงรวมตัวกันมาร้องเรียน

โดย พล.ต.ต.บัณฑิต เชิญตัวแทนจากการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มาพบกับผู้เสียหาย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการสมัครงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะมีใบ ธภ.7  หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รปภ. ต้องมีบัตร CAAT ที่ออกโดยกรมการบินพลเรือนประกอบด้วย จึงจะสมัครงานเป็น รปภ.ของท่าอากาศยาน และการสมัครไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งนี้หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า ราวต้นปีที่ผ่านตนเองได้รับการติดต่อจากจ่าคนหนึ่ง ชักชวนไปสมัครงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยเสียค่าสมัครและค่าอบรม รวมค่าชุด 2,900 บาท นอกจากนี้หากไปชักชวนคนอื่นให้มาสมัครก็จะได้ค่านายหน้า 2,000 – 6,000 บาทด้วย ตนเองสนใจจึงสมัครไปและไปชักชวนคนอื่นๆ ให้มาสมัครงานด้วยเพราะหวังค่านายหน้า แต่หลังรอนานหลายเดือนก็ยังไม่ได้ทำงานจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงถอนตัวออกมา

ส่วนผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า ตนเองถูกชักชวนให้ไปสมัครงานเป็นบอดี้การ์ด จ่ายค่าอบรม และค่าชุดไปเป็นเงินประมาณ 6,000 บาท ขณะเดียวกันนายหน้าที่มาชักชวนยังบอกให้ไปชักชวนเพื่อนฝูงมาสมัครด้วย โดยเน้นชายที่มีบุคคลิกดี รูปร่างสูงใหญ่ ล่ำสัน  เพราะต้องการคนทำงานจำนวนมาก ได้ค่าแรงวันละ 800 – 1,000 บาท แต่ห้ามโพสต์รับสมัครงานในโซเชียลเด็ดขาดให้บอกต่อกันเท่านั้น แต่หลังจ่ายเงินค่าสมัครและไปอบรม 1 วัน ตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด 19 ระบาด  จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ทำงาน

ด้าน พล.ต.ต.บัณฑิต กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลของผู้เสียหาย กรณีมีผู้เสียหายประมาณ 100 – 200 คน ถูกหลอกเสียเงินสมัครงานตั้งแต่ 2 พันบาทจนถึงหลักหมื่นบาท  ซึ่งมูลค่าความเสียหายก็เป็นเงินจำนวนมาก ขณะที่การตรวจสอบพบว่า กลุ่มคนที่หลอกลวงผู้เสียหายเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยอยู่ แต่ไม่ได้ทำสัญญากับทางการท่าอากาศยานแต่อย่างใด จึงได้สั่งการให้มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวนปากคำผู้เสียหายทั้งหมดไว้และดำเนินการทางกฏหมายกับกลุ่มที่หลอกลวง หากพบใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเด็ดขาด

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน