ข่าวด่วน

ผู้เสียหายหอบหลักฐานร้อง ตร.ภาค5 ถูกหลอกลงทุนแชร์ทองคำ มีผู้หลงเชื่อกว่า100ราย เสียหายสูง100ล้านบาท เล็งออกหมายจับหากไม่มาพบ จนท.

วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ผู้เสียหาย จำนวน 10 คน หอบเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อทองคำในลักษณะวงแชร์ โดยผู้เสียหายมีมากกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานของร้านค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ทยอยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรท้องที่เกิดเหตุหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง  สภ.แม่ปิง และ สภ.สารภี แต่คดีล่าช้าไม่คืบหน้า  

หญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่ง อายุ 36 ปี เปิดเผยว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนร่วมงานที่เป็นท้าวแชร์ ให้มาลงทุนทองคำ ซึ่งมีโปรโมชั่นถูกกว่าท้องตลาด โดยลงทุนเพียง 10,000 บาท จะได้ทองคำน้ำหนัก 1 บาท หรือโปรโมชั่นลงทุน 12,990 บาท และจะได้ทองน้ำหนัก 1 บาท แต่ต้องใช้ระยะเวลา 20 วัน ถึง 1 เดือน  หากไม่ต้องการทองคำก็สามารถขายฝากตามราคาทองในท้องตลาดได้ตั้งแต่ราคา  20,000 – 21,000 บาท ทำให้ตนเองหลงเชื่อและร่วมลงทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยท้าวแชร์ได้ชักชวนให้เข้ากลุ่มโปรโมชั่นออมเงิน ชื่อ บ้านออมทองตุนตังค์ และบ้านตุนตังค์  เปิดให้ลงทุนทั้งแบบรายวัน รายเดือน เช่น ออมรายเดือนลงทุน 100,000 บาท รับเงิน 160,000 บาท โดยช่วงแรกก็ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ไม่มีปัญหา ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนเพิ่มขึ้น จนมีสมาชิกในกลุ่มไลน์มากถึง 200 คน มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพราะท้าวแชร์ได้สร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งบอกว่ามีเพื่อนเป็นลูกสะไภ้ร้านทองย่านตลาดวโรรสกลางเมืองเชียงใหม่  ญาติรับราชการเป็นทหารรู้จักกับบุคคลที่มีชื่อเสียหายคน

“ต่อมาระยะหลังท้าวแชร์เริ่มจัดโปรโมชั่นถี่ขึ้นแทบทุกวัน พร้อมแจ้งให้ลูกแชร์โอนเงินทันที จากเดิมเปิดโปรโมชั่นแล้วจะโอนเงินในวันถัดไป กระทั่งวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท้าวแชร์แจ้งว่าจะขอล้างบ้านใหม่เพื่อเคลียร์เงิน  กระทั่งท้าวแชร์กลับมาเปิดบ้านออมเงินหลังที่ 2 และหลัง 3 ซึ่งเริ่มมีปัญหา ไม่จ่ายเงินให้ผู้ลงทุน จนบ้านล้มเพราะท้าวแชร์ไม่ยอมจ่ายเงิน แต่ยังคงเปิดบ้านออมเงินอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดกำลังเปิดบ้านหลังที่ 5 เพื่อลงทุนใหม่  ล่าสุดคาดว่ามีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนตัวของตนเองลงทุนไปประมาณ 2 ล้านบาทเศษ ผู้เสียหายจึงทยอยเข้าแจ้งความ เพราะอยากเตือนภัยไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อ เนื่องจากท้าวแชร์รายนี้ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวงประชาชน  ส่วนสาเหตุที่วงแชร์ล้มเพราะท้าวแชร์หมุนเงินไม่ทัน และได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ด้วย”

ด้าน พ.ต.อ.บัญชา อินถา ผู้กำกับการ สภ.สารภี ยืนยันกับผู้เสียหายว่า ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนา เพราะหากส่งฟ้องต่อศาลพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน ศาลก็อาจจะยกฟ้องได้ ตอนนี้พนักงานสอบสวนได้ทยอยตรวจสอบบัญชีโอนเงินของผู้เสียหายแต่ละรายจนเกือบครบแล้ว และได้ออกหมายเรียกคู่กรณีมาแล้ว ซึ่งคู่กรณีก็อ้างว่า ติดปัญหากำลังเร่งหาเงินมาเคลียร์กับผู้เสียหายและไม่ได้หลบหนีไปไหน อย่างไรก็ตามหากตำรวจออกหมายเรียกครั้งที่สอง และคู่กรณียังไม่มาพบก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับทันที โดยจะให้เวลาจนถึงวันที่ 30 สิงหาคมนี้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน