รมช.มหาดไทยเผย ตัวเลข8เดือนคนไทยตายเพราะอุบัติเหตุทางถนน8.8พันราย ตั้งเป้าลดความเร็ว-เมาสุรา50% ถนนเชียงใหม่-เชียงรายใช้งานได้แล้ว ยกเว้นรถบรรทุก-รถพ่วง

วันที่ 7 สิงหาคม 2563 ที่ห้องแกรนด์นันทาบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์​อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในระหว่างมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุมโครงการขับเคลื่นการดำเนินงานโครงการเสิรมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ว่า องค์การอนามัยโลกรายงานข้อมูลว่า ปี 2559 ประเทศไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 22,491 ราย ถือเป็นอันดับ 9 ของโลก แม้จะลดลงจากเดิมที่อยู่อันดับ 2 แต่อัตราการเสียชีวิตยังสูงมาก ในปี 2562 ลดลงเหลือ 19,904 ราย หรือประมาณ 29.9%ต่อ1แสนประชากร เฉลี่ย 55 คนต่อวัน โดยสาเหตุมาจากการขับรถเร็วเกินกว่าที่กำหนด ตามด้วยเมาแล้วขับ โดยเป็นรถจักรยานยนต์ถึง 80-85% 

“ที่น่าห่วงคือ ปี 2563 เพียง 8 เดือน ณ วันที่ 6 สิงหาคม 2563 ข้อมูลจากบริษัทกลางผู้ประกันภัยทางรถ เสียชีวิตไปแล้ว 8,868 ราย หากรวมกับข้อมูลจากโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 25% คงไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย จึงอยากขอร้องทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลและถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะช่วงเทศกาล หรือ 7 วันอันตรายเท่านั้น ให้เหลือ 50% ในระหว่างปี 2564-2573 เรื่องความเร็วและเมาสุราจะทำอย่างไร”

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ท้องถิ่นต้องเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อน เพิ่มสัญญานไฟตามจุดเสี่ยง จุดก่อสร้าง ไม่ปล่อยให้สี่แยกวัดได้ หรือใจถึงก็เจอกัน เพราะนำมาซึ่งความสูญเสีย ในแง่กฎหมายญาติผู้เสียชีวิตหรือประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถฟ้องทางแพ่งกับท้องถิ่นได้ในฐานะที่ต้องดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน

“บ่ายนี้ผมจะเดินทางไปดูการซ่อมแซมถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย ที่เสียหายในช่วงฝนตกหนักจากพายุซินลากู เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสัญจรให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเส้นทางหลัก จุดใดเป็นจุดเสี่ยงต้องเตือนประชาชน นี่ถือเป็นตัวอย่างของท้องถิ่นที่ควรจะเข้ามาดูแล” นายนิพนธ์ กล่าว 

อย่างไรก็ตามวันนี้ อ.ดอยสะเก็ด รายงานความคืบหน้า การซ่อมแซมถนนทางเบี่ยงสายเชียงใหม่ – เชียงราย จำนวน 6 แห่ง ที่ขาดชำรุด เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ ต.ป่าเมี่ยง ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า ถนนทางเบี่ยง 6 แห่ง แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ทำการซ่อมแซมและนำสะพานเหล็กเบลีย์ มาติดตั้งจุดที่ 2 จุดที่ 5 จุดที่ 6 เสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับจุดที่ 1 จุดที่ 3 และจุดที่ 4 ได้วางแนวท่อเพิ่มขึ้นจาก 3 แถว เป็น 5 แถว เพื่อให้น้ำไหลระบายคล่องตัว  ล่าสุดรถเล็ก เก๋ง ปิคอัพ SUV ไม่เกิน 20 ตัน ทั้งขาขึ้น- ขาล่อง จากเชียงใหม่ – เชียงราย แขวงการทางได้เปิดการจราจร สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติแล้ว ตั้งแต่เวลา 14.00 น. วานนี้ แต่ในขณะขับผ่านสะพาน ควรระมัดระวังใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กม/ชม เพราะสะพานแคบรถเดินทางเดียวต้องตีธงที่ละฝั่ง ส่วนรถบรรทุก 10 ล้อ รถพ่วง เพื่อความปลอดภัย จึงไม่อนุญาตให้ผ่าน แต่ขอให้เลี่ยงไปใช้เส้นทาง อ.งาว จ.ลำปาง ทดแทน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน