อุตุฯเหนือเผย ‘สิงหาคม-กันยายน’ฝนเพิ่มขึ้น ปภ.เฝ้าระวัง15อำเภอเสี่ยงดินโคลนถล่ม

วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล

นายธนาวุฒิ ปัญจพรอุดมลาภ ผู้อำนวยศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เชียงใหม่ ตั้งแต่เข้าสู่ฤดูฝนปริมาณฝนน้อยกว่าเกณฑ์ถึง 80% แต่โดยภาพรวมภาคเหนือถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเฉพาะ จ.พะเยา น่าน และเชียงราย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่มีฝนหนักมากจนเกิดปัญหาอุทกภัย ทั้งประเทศเมียนมา และจีน

“แต่ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนที่จะถึง ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 200 มิลลิเมตร โดยเดือนสิงหาคม 216.9 มิลลิเมตร และเดือนกันยายน 211.4 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมีแนวโน้มของการเกิดพายุเพียง 1 ลูกเท่านั้น จึงอยากให้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำน้อยในระยะต่อไปหากเลยหน้าฝน” 

นายธนาวุฒิ กล่าวว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องภูเขาหัวโล้นที่ส่งผลให้ฝนน้อย ซึ่งก็น่าจะมีผล จึงอยากให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น แต่เชียงใหม่อยู่บริเวณหลังเขาซึ่งปกติฝนจะตกที่หลังเขา แต่โดยภูมิประเทศของเชียงใหม่มีฝนไม่มากอยู่แล้ว เฉลี่ย 1,100 มิลลิเมตร ซึ่งปีที่ผ่านมาก็มีฝน 970 มิลลิเมตร ถือว่ามาก และปีนี้น่าจะมากกว่าปีที่ผ่านมา

นายอรรถพล จันทร์เพ็ญ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปภ.เตรียมการรับมือและให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม-กันยายน ที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่น และอาจจะก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จำนวน 15 อำเภอ 47 ตำบล และ 317 หมู่บ้าน โดยเฉพาะ อ.แม่แจ่ม 104 หมู่บ้าน อ.อมก๋อย 96 หมู่บ้าน อ.หางดง 23 หมู่บ้าน อ.จอมทอง 21 หมู่บ้าน รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ที่อาจมีปัญหาน้ำท่วมขังและล้นตลิ่ง โดยจะใช้ one map และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมบูรณาการในการให้ความช่วยเหลือและแจ้งเตือนประชาชนให้รับมือเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที  

ส่วนนายธีระพงษ์ ขจรเดชากุล รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวว่า ทางหลวงพร้อมจัดชุดเคลื่อนเร็วดูแลเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง โดยเปิดสายด่วน 1586 บริการประชาชน จัดชุดซ่อมแซมทางหลวงที่ชำรุดเสียหาย ไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณจราจร ชุดตัดและเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่กีดขวาง หรือหักโค่น ชุดแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในผิวจราจรและทางลอดในเขตเมือง และชุดเครื่องจักรกลสนับสนุนการทำงาน โดยเฉพาะสะพานแบริ่งในกรณีถนนและสะพานขาด

“สำหรับถนนสาย 118 เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ที่ยังไม่แล้วเสร็จและเกิดปัญหาสะพานขาดจากน้ำป่าไหลาหลากนั้น เส้นทางมีการแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2564 โดยสะพาน 10 ตัว จะแล้วเสร็จก่อนในเดือนกันยายน 2563 เชื่อว่าต่อจากนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอีก แต่ในช่วงฤดูฝนยังต้องเฝ้าระวังบริเวณที่มีการก่อสร้างไปก่อน รวมทั้งเส้นทาง 1269 หางดง-สะเมิง และเส้นทางดอยติ จ.ลำพูน โดยเน้นส่งชุดเคลื่อนเร็วให้ความช่วยเหลือกรณีต้นไม้ใหญ่หักโค่น ระบบท่อระบายน้ำ ที่มักจะมีเสษขยะและปฎิกูลไหลมาอุดตันจำนวนมาก” นายธีระพงษ์ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน