แปลง.ปลูก.ปัน สวนผักคนเมือง ‘เชียงใหม่’หนุน สว.เข้าถึงอาหารปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19

แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในเมืองไทยจะลดลงจนหยุดอยู่ที่ศูนย์ นั่นคือ สัญญาณที่ดีว่า ภายในประเทศไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อแล้ว แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกหลายอย่าง จึงทำให้การสนับสนุน ‘สวนผัก’ มีความจำเป็นมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน

โดยเฉพาะชุมชนที่มีความเปราะบางตามเมืองใหญ่ และเชียงใหม่ คือ เป้าหมายสำคัญที่..สวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ส่งเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาสนับสนุนงาน ‘แปลง.ปลูก.ปัน’ ผ่านความร่วมมือจาก เขียว สวย หอม ที่เข้มแข็งอยู่ในพื้นที่

น.ส.ฉัตราภรณ์ สุริยะวงค์ หรือ น้องคัมมิ้น บัณฑิตอาสามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในช่วงภาวะตกงานจากพิษโควิด-19 กระโดดเข้ามาเป็นผู้ประสานงาน เพื่อให้เกิด ‘สวนผักคนเมือง’ ในชุมชนของคนเชียงใหม่ โดยเธอบอกว่า การปลูกผักในบ้าน สร้างแหล่งอาหารในเมือง หรือการทำเกษตรในเมือง มีความสำคัญต่อเมืองเป็นอย่างมาก ทั้งในภาวะปกติหรือภาวะไม่ปกติอย่างที่เป็นอยู่ในช่วงเวลานี้

เพราะ ‘อาหาร’ คือหนึ่งในปัจจัยสี่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนทุกคน ในเมื่อมนุษย์ต้องกินอาหาร 3 มื้อต่อวัน เราก็ควรมี ‘แหล่งอาหาร’ ของเมือง และต้องมีพื้นที่เกษตรในเมือง หรือ urban agriculture อย่างที่ประเทศไทยไม่ควรถูกมองข้ามอีกต่อไป 

“โครงการที่เราทำ มุ่งหวังให้กลุ่มคนที่มีความเปราะบาง มีความเสี่ยงแต่ไม่มีทางเลือก ได้มีความมั่นคงทางอาหารของตนเองได้ และกลุ่มผู้สูงอายุ สูงวัย หรือ สว. นี่แหละที่เราต้องดูแลท่ามกลางการระบาดของโควิด-19   เพราะการหยุดเชื้อ หยุดการแพร่ระบาด คือการกักตัวเองอยู่ที่บ้าน ลูกหลานตกงาน ไม่มีรายได้ และไม่มีอาหาร”

นายจงรักษ์ อุ่นเส้ง หรือ ลุงแดง ประธานชุมชนเมืองกาย อ.เมืองเชียงใหม่ วัย 61 ปี บอกว่า โครงการนี้เกิดจากความต้องการของคนในชุมชน ที่อยากปลูกผักไว้กินเอง อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับครอบครัวบ้าง เพราะลูกหลานไม่มีงานทำ ถูกให้ออก ลดเงินเดือน หรือบางคนไปทำงานแค่วันเดียวในหนึ่งสัปดาห์ เศร้าใจแทนเด็กๆ แต่เราต้องไม่หมดหวัง ทุกคนอยากลุกขึ้นมาช่วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่สามารถออกไปไหนได้ เนื่องจากโรคนี้ชอบเล่นงาน สว.

“คนจะแข็งแรงได้ ต้องกินอาหาร และอาหารต้องปลอดภัย ปลอดจากสารเคมี ชาวบ้านในชุมชนเมืองกายจึงส่งตัวแทนจาก 15 ครอบครัวมาร่วมเพาะเมล็ดพันธุ์ผัก พอผักเริ่มโต ก็จะนำลงแปลงปลูก หรือนำไปปลูกที่บ้านไว้กินเอง จะใส่กระถาง กระป๋องเก่าๆ หรือทำแปลงเล็กๆ ก็ได้หมด”    

สิ่งที่ สวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ต้องการคือ สนับสนุนงาน แปลง.ปลูก.ปัน ชุมชน หรือองค์กรที่ดูแลกลุ่มคนที่มีความเปราะบาง คือ กลุ่มคนจนเมือง กลุ่มคนรายได้น้อย คนตกงานคนที่ได้รับผลกระทบเรื่องรายได้และการเข้าถึงอาหาร

การสร้างพื้นที่อาหารของชุมชน ต้องเริ่มจากการสร้างทีมที่มีความมุ่งมั่นจะสร้างพื้นที่อาหาร เพื่อดูแลกันและกันในชุมชน อย่างน้อย 8 -10 คน มีพื้นที่สำหรับปลูกผัก 100 ตารางเมตร เพื่อใช้ผักเลี้ยงดูคนประมาณ 40 – 60 คน วันนั้นเราจึงเห็น ‘คนเฒ่า คนแก่’ มาร่วมเรียนรู้อย่างตั้งใจ 

เมื่อดินหมัก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เมล็ดพันธุ์อินทรีย์กว่า 50 ชนิด อาทิ โหระพา กระเพรา ผักชี ผักกาด มะเขือ ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ผักสลัด และอุปกรณ์การทำสวนพร้อม ลุง ป้า น้า อา ก็เริ่มลุย ก้มหน้าก้มตามหยอดเมล็ดพันธุ์ลงในถาดหลุมอย่างขมักเขม้น โดยมีเก้าอี้และน้ำดื่มเย็นๆ ตั้งไว้ใกล้ๆ หากรู้สึกหน้ามืด หรือเป็นลม (ฮา)

ลุงแดง บอกว่า เราจะมีอาหารสำรอง พืชผักพื้นถิ่นคือสมุนไพรประจำชุมชน เป็นยาที่เราสามารถเลือกกินเลือกเก็บได้เองในบ้าน ถ้าเหลือเราก็เอาออกมาจำหน่าย ในชุมชนเรามีตลาด 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้แต่ละบ้านนำผักสดของตนเองออกมาวางขาย จะเป็นผักข้างรั้ว ตำลึง เซียงดา ฟักข้าว ป่าช้าเหงา ผักวอเตอร์เครส หรือผักที่ได้จากแปลงปลูกวันนี้ นอกจากจะสด ปลอดสารพิษ ยังราคาไม่แพง ชุมชนอื่นก็สามารถมาเลือกซื้อได้ เพราะจากนี้ไปชุมชนเมืองกาย จะเป็นแหล่งอาหารของเมือง

ป้าจำปา มหิศยา สว.รุ่นใหญ่วัย 67 ปี ตอกย้ำว่า เมื่อก่อนก็เคยปลูกผักไว้กินเอง แต่พออายุมากขึ้นลูกหลานก็ให้หยุดอยู่บ้านเฉยๆ รู้สึกเหงา พอเกิดวิกฤติโรคระบาด ก็อยากช่วย การปลูกผักทำให้ไม่เหงา ได้มาเจอเพื่อน มาช่วยกันรดน้ำ ต้นอ่อนโตก็จะแบ่งไปปลูก เอาไปดูแลที่บ้าน แต่อยากจะปลูกดอกไม้ที่มีสีสันบ้าง นอกจากมีพื้นที่สีเขียว มีผักสดกินแล้ว ก็อยากให้ทุกคนที่บ้านได้ดูดอกไม้สวยๆ จะได้สดชื่นกันบ้าง

การสร้างพื้นที่อาหารให้ผ่านพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้ มาจากความร่วมมือกันบริหารจัดการ ‘แปลง’ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนการเพาะ ‘ปลูก’ มีผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ชุมชนสามารถพึ่งพา และแบ่ง ‘ปัน’ โดยไม่ใช้ปุ๋ยและสารเคมีใดๆ ตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน เป็น ‘มิติ’ ของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 

เพียงเท่านี้ เราก็จะมีพืชผักกินได้ ปลอดภัย ดี..ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไว้ที่บ้าน.. 

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน