เด็กรุ่นใหม่หัวใจเกษตร ปลูก ‘มะเดื่อฝรั่ง’ สานฝันพ่อ ไปต่อ..ด้วยสองมือตนเอง

พ่อ จากไปแล้ว เหลือแม่กับน้อง ทำให้ผมต้องลงมือสานต่องานที่พ่อทิ้งไว้ให้ คำพูด ที่กลั่นออกมาจากปากของเด็กรุ่นใหม่หัวใจเกษตรกร หนุ่มน้อยวัย 20 ปี ‘ตระกูล หัตถสรรเสริญ’  เกษตรกรในพื้นที่สถานีเกษตรกรหลวงอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่มุ่งมั่นสานต่ออุดมการณ์ของพ่อ จนวันนี้ประสบความสำเร็จด้วยสองมือ และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการปลูกมะเดื่อฝรั่ง กว่า 1,000 ต้น บนที่ดินกว่า 5 ไร่

มะเดื่อฝรั่ง หรือ ฟิก (Figs) คือไม้ผลที่มูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยงานเกษตรที่สูงในขณะนั้นนำต้นพันธุ์มะเดื่อฝรั่งจากต่างประเทศ เข้ามาทดลองปลูกและศึกษาวิจัยมาเกือบ 25 ปี โดย มล.จารุพันธ์ ทองแถม จากภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ต้องการหาพืชที่สร้างรายได้ให้กับชาวไทยภูเขา เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นทางภาคเหนือ 

ซึ่งหลังจากงานวิจัยเสร็จสิ้น สรุปผลการทดลองได้ว่า ต้นมะเดื่อฝรั่งบางสายพันธุ์ได้แก่ Conadria, Beall, Brown Turkey, Purplish Black สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ ถึงแม้จะประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคแมลงในแปลงทดลองบ้างก็ตาม แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้นำมาส่งเสริมให้กับเกษตรกรปลูกเป็นการค้า เพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในบางประการ ตลอดจนลักษณะการบริโภคของคนไทยต่อผลไม้ชนิดนี้ 

โดยมีการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา กายวิภาควิทยา และการเจริญเติบโตของมะเดื่อฝรั่งอีกสองสายพันธุ์ได้แก่ White Marseilesและ Dauphine ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และในปี 2547 ฝ่ายไม้ผลของมูลนิธิโครงการหลวง ได้นำต้นพันธุ์มะเดื่อฝรั่งเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นอีก 6 สายพันธุ์ ได้แก่ Kadota, Lisa, Sugar (เป็นอีกชื่อหนึ่งของพันธุ์ Celeste), Celeste, Dauphine, Brown Turkey และ Horaiโดยปลูกไว้ที่สถานีเกษตรหลวงปางดะ อ.สะเมิง เพื่อทำการขยายพันธุ์ และส่งเสริมการปลูกในเชิงพาณิชย์ ดูแลในเรื่องการป้องกันความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ และศัตรูธรรมชาติไปพร้อมกัน 

ตระกูล เล่าว่า ตอนเด็กพ่อพยายามปลูกฝังผม แต่ผมคิดเพียงว่าจะไปทำอะไรที่มันสบายกว่านี้ดีมั้ย แต่พอจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 อายุ 18 ปี พ่อตาย ผมก็ต้องทำ และเมื่อมาถึงวันนี้ผมว่า ผมคิดผิด เพราะความจริงการทำเกษตรเป็นเรื่องน่าศึกษา มีอะไรให้คิดให้ทำเยอะแยะไปหมด พอใจชอบก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้ผมมุ่งหน้าทำการเกษตรในแบบที่ชอบ

“ความเหนื่อยไม่ใช่อุปสรรคเลย แต่ผมรู้สึกสนุกที่ได้เรียนรู้มัน ได้ดูแลตั้งแต่เริ่มปลูก ดูมันเติบโต และเก็บเกี่ยวด้วยตัวเอง ผมเป็นลูกคนโต มีน้องอีก 2 คน ผมภูมิใจเพราะได้ทำงานหาเลี้ยงแม่ที่ป่วยมีโรคประจำตัว ส่งน้องเรียนหนังสือ ทั้งที่ผมอายุยังน้อย ยิ่งตอนนี้มีโรคไวรัสโควิด-19 ระบาด หากผมทำงานประจำ ก็คงตกงาน การตัดสินใจทำเกษตรในแบบของผมเอง ถือว่าโชคดีมาก” 

การทำเกษตรของตระกูล ขยับมาจากการปลูกดอกเบญมาศ ซึ่งเป็นการทำเกษตรแบบเดิมๆ ของพ่อและแม่เพราะเขาต้องการอะไรที่แปลกใหม่ มีราคา และมะเดื่อฝรั่ง คือไม้ผลที่เขาสนใจ โดยเบื้องต้นได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวง ได้แก่ พันธุ์ Black Genoa และ Black mission เริ่มจาก 10 ต้น แล้วค่อยๆ ขยายด้วยการชำและตอนกิ่งเอง เป็น 50 ต้น 200 ต้น และปัจจุบันกว่า 1,000 ต้น

“ผมมีแม่เป็นที่ปรึกษาให้ เลยสบายใจได้ ส่วนในช่วงที่ต้องปรับเปลี่ยนโรงเรือนพลาสติก หรือต้องทำอะไรที่หนักๆ ก็จ้างแรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่ ตอนนี้เก็บผลผลิตส่งขายรายได้ดีทุกปี ล่าสุดผลลงทุน 2 แสนบาท เพื่อทำสะพานเก่าให้แข็งแรงขึ้นสำหรับข้ามแม่น้ำ เพื่อป้องกันเวลาเกิดน้ำป่าหลาก สะดวกต่อการขนส่งผลผลิตจากหมู่บ้านบนดอยลงไปพื้นราบ รู้สึกมีความสุขและสบายใจที่ได้ช่วยชุมชน”

ลูกฟิก หรือ มะเดื่อฝรั่ง เป็นพืชที่ปลูกง่ายเหมาะกับสภาพภูมิอากาศในบ้านเรา ลำต้นไม่สูงมาก ให้ผลผลิตเร็ว โดยจะเริ่มให้ผลเมื่ออายุ 6 เดือน ให้ผลเต็มที่ และผลผลิตเต็นต้น ที่สำคัญเป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวมากกว่า 100 ปี สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานหลาย 10 ปี มะเดื่อฝรั่ง เป็นหนึ่งในผลไม้โปรดของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ นิยมรับประทานแบบผลสด สามารถรับประทานได้ทั้งผล รสชาติจะหวาน กลิ่นหอมอ่อนๆ แช่แข็งไว้กินก็อร่อย เนื้อละเอียดนำไปประกอบอาหารได้ทั้งเมนูคาวและหวาน เช่น ซุปครีม สลัด สเต็ก เจลลี่ แพนเค้ก แยม มีไฟเบอร์สูงมาก สูงกว่าลูกพลับ 4 เท่า มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในระบบขับถ่ายกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ลดปัญหาท้องผูก โดยในผลลูกฟิกสดจะมีเส้นใยอาหารอยู่ราวๆ 1.2% 

ส่วนในผลลูกฟิกอบแห้งมีเส้นใยอาหารสูงถึง 5.6% และยังมีแคลเซียม Ca สูงกว่าปลา 2 เท่า ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน มีวิตามิน A สูงกว่าแอปปเปิ้ล 5 เท่า ช่วยบำรุงสายตา และการมองเห็น ให้พลังงานสูงจากคาร์โบไฮเดรต ในขณะที่ปราศจากไขมัน และคอเลสเตอรอล หรือโซเดียม จึงไม่มีปัญหากับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง หรือโรคตับ มีโปแตสเซียม ซึ่งเป็นกรดอินทรีย์ในลูกฟิกช่วยสร้างสมดุลความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่เกิดความเป็นกรดมากจนเกินไป ย่าผม สายตาไม่ดี ผมให้กินฟิกทุกวัน วันละ 2-3 ลูก ตอนนี้ร่างกายแข็งแรง สายตาดีขึ้นจนสามารถอ่านหนังสือได้แล้ว เรียกว่า ฟิก เปลี่ยนชีวิต”

ตระกูล เตรียมเปิดแฟนเพจบนโลกโซเชียล เพื่อจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ เพราะเขาเชื่อว่า นอกจากจะขายได้เร็วแล้ว ราคาดีเฉลี่ย 200-300 บาทต่อกิโลกรัม เขายังได้เจอเพื่อนใหม่ที่สนใจในการทำเกษตรด้วยกัน เชื่อว่าจะช่วยในเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกพืชตัวใหม่ สนใจที่จะปลูกผักปลอดสารพิษ รวมทั้ง อะโวคาโด ผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สูงอีกตัว เพราะเชื่อว่า อนาคตคนทั้งโลกจะหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น และผลผลิตที่ปราศจากการปนเปื้อนจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของ..คนรุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน

จินตนา กิจมี /สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน