ชาวสุเทพร่วมใจ คืนชีวิต ‘กล้วยไม้ไทย’สู่ธรรมชาติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่วัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายวัชระ ตันตรานนท์ ประธานมูลนิธิกล้วยไม้ไทย เป็นประธานเปิดโครงการ ‘ชาวสุเทพร่วมใจ คืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ธรรมชาติ’ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ณ พื้นที่วัดป่าแดงมหาวิหาร โดยมีพระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสุเทพ เขต 1 เจ้าอาวาสวัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลสุเทพ คณะกรรมการมูลนิธิกล้วยไม้ไทย พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และชาวตำบลสุเทพร่วมกิจกรรมจำนวนมาก 

นายวัชระ กล่าวว่า มูลนิธิกล้วยไม้ไทย ต้องการสืบสานและต่อยอดพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยเอาไว้ก่อนที่จะสูญพันธุ์ วันนี้เราจึงนำกล้วยไม้ไทย 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย เอื้องสายไหม เอื้องผึ้ง เอื้องช้างน้าว เอื้องจำปา และเอื้องสามปอย จำนวน 1,000 ต้น มาปล่อยคืนสู่ป่า 

“ตลอด 16 ปี ของการก่อตั้งมูลนิธิกล้วยไม้ไทย เราปล่อยกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ ไปแล้วกว่า 2 แสนต้น เพื่อหวังที่จะให้กล้วยไม้ไทยคงอยู่กับธรรมชาติที่สมบูรณ์ สิ่งที่น่าเสียดายคือ บางสายพันธุ์สูญหายไปแล้ว กว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้จะเพาะได้แต่ละต้น ต้องใช้เวลากว่า 4 ปี มีต้นทุนเฉลี่ย 65-100 บาทต่อต้น แต่ชาวบ้านที่เข้าไปาหของป่าเก็บมาขายชั่งเป็นกิโลกรัม 100 บาท จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ เพราะธรรมชาติกำลังจะหมดป่าอยู่แล้ว เราจึงควรต้องช่วยกันดูแล และหวังว่าจะขยายพันธุ์กล้วยไม้ไทยให้เพิ่มมากขึ้น เพราะต้นไม้เล็กๆ เหล่านี้มีคุณค่าและมีความหมายกับประเทศไทยมาก” นายวัชระ กล่าว

นายธัญศักดิ์ กล่าวว่า เสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ คือ วัฒนธรรมประเพณี ภาษาพูด การแต่งกาย และต้นไม้ประจำถิ่น ซึ่งปัจจุบันเริ่มลดน้อยลงเพราะถูกทำลายโดยมนุษย์ กิจกรรมนี้จึงเป็นกิจกรรมแรกของปี หลังจากเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 จนผ่อนคลาย โดยเราจะเร่งปลูกต้นพยอม ไม้ประจำถิ่นของตำบลสุเทพให้ครอบคลุม เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ปกป้องต้นไม้ทุกต้นให้สวยงาม สร้างความชุ่มชื้น เพิ่มออกซิเจน เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตให้กับพื้นที่ นอกเหนือจากการปลูกกล้วยไม้ สัญลักษณ์ของสาวเหนือที่ประดับดอกเอื้องผึ้งสีเหลืองไว้บนศรีษะ ภาพที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นยามมาเยือนถิ่นล้านนา

พระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเริ่มต้นปลูกกล้วยไม้ไทยไว้ในใจเรา เป็นการสร้างลมหายใจให้กับทุกคน เพราะธรรมชาติมีแต่ให้ประโยชน์ มนุษย์จึงควรช่วยกันรักษาและปกป้อง ขอให้หยุดทำลายทำร้ายธรรมชาติกันเสียที วันนี้ทาง เขียวสวยหอมและสภาลมหายใจเชียงใหม่ ยังนำไม้ยืนต้น ไม้ดอก และพืชผักสวนครัวมามอบให้ชาวบ้านและวัดได้ปลูก เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนมาก 

ทั้งนี้มูลนิธิกล้วยไม้ไทย ได้จัดพิมพ์หนังสือ ‘ชีวิตงามกล้วยไม้ไทย’ หรือ Beautiful Life and Thai Orchids เล่มแรกของมูลนิธิฯ เป็นการรวบรวมข้อมูลพันธุ์กล้วยไม้ไทยถึง 114 ชนิด นำเสนอแนวคิด การดำเนินชีวิต และทัศนคติ ของผู้ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมไทย จำนวน 114 ท่าน เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมและการดำเนินงานของโครงการคืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีภารกิจดำเนินงานเพื่อค้นคว้าวิจัย และอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยที่หายากและนับวันจะสูญพันธุ์ ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนในการอนุรักษ์ ดูแลภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

ผู้สนใจ หนังสือ ‘ชีวิตงามกล้วยไม้ไทย’  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานมูลนิธิกล้วยไม้ไทย อาคารรัตนโกสินทร์ 200 ปี คณะผลิต-กรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5387-3624

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน