ผบช.ภ.5 หารือรับมือการจราจรเปิดภาคเรียน1กรกฎาคมนี้ ย้ำเปิดเส้นทางหลัก ขอคืนพื้นผิวบริเวณก่อสร้าง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ที่ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข  ผบช.ภ.5  พล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน  ผบก.ภ.จว. เชียงใหม่   พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ (รับผิดชอบงานจราจร) พ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ชัยรังษี  ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และนายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในห้วงการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ประจำปี 2563 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้อำนวยการสถานศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมหารือเพื่อรับมือปัญหาการจราจรและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และสถานีตำรวจพื้นที่เขตติดต่อเมืองปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ชุดเคลื่อนที่เร็ว  และอาสาจราจร  จำนวนกว่า 400 นาย  พร้อมรถยก และอุปกรณ์เครื่องมือ พร้อมแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการจราจร โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคืนพื้นผิวจราจรบริเวณจุดก่อสร้างและหาแนวทางในการแก้ปัญหาการจราจรร่วมกันในช่วงเปิดภาคเรียนนี้ ซึ่งในส่วนพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เรามีโครงการ  ‘9 เส้นทางหลักเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่’  ในพื้นที่เขตติดต่อเมือง ที่มีสภาพปัญหาจราจร ปริมาณรถมากเฉพาะในเขตของ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัดต่างๆ รวมจำนวนทั้งสิ้น 75 แห่ง 

“เชียงใหม่มีโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 2,000 คนขึ้นไป มีทั้งหมด 8 โรงเรียน ตั้งอยู่ใน 3 เส้นทางหลัก คือ ถนนมหิดล ถนนเจริญประเทศ  และถนนแก้วนวรัฐ โดยเส้นทางทั้ง 3 เส้นนั้น เจ้าหน้าที่ได้วางแผนในการปฏิบัติ ดังนี้ ถนนแก้วนวรัฐ ได้เพิ่มพื้นผิวการจราจร บนถนนแก้วนวรัฐในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้า (เวลาประมาณ 06.30 – 07.30 น.) โดยการวางกรวยยางแบ่งทิศทางการเดินรถ ขาเข้า 3 ช่องทาง ขาออก 1 ช่องทาง ตั้งแต่แยกศาลเด็ก ถึงแยกโรงเรียนปรินส์ฯ ถนนเจริญประเทศ กำหนดการเดินรถทางเดียว เริ่มจาก สะพานเม็งรายทิศตะวันตก ถึงสามแยกเจดีย์ ในเวลา 06.00 น. – 09.00 น. และ 15.00 น. – 18.00 น. ของทุกวันที่โรงเรียนเปิดทำการ ถนนมหิดล เนื่องจากเป็นถนนสายหลักมีเกาะกลาง จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนกายภาพของถนน แต่ได้มีการประชุมหารือกับทางโรงเรียนในเส้นทาง คือ โรงเรียนมงฟอร์ตและโรงเรียนวารี เพื่อจัดทำระบบการจราจรภายในโรงเรียน ที่จอดรถ และจัดเจ้าหน้าที่ (รปภ.) ช่วยอำนวยความสะดวกพื้นที่ภายใน และด้านหน้าโรงเรียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และอาสาสมัครฯ ที่มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรประจำจุดดังกล่าว”

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกับสถานศึกษาวางแผนการจัดระบบจราจร ร่วมประชุมผู้ปกครองแบบ Online Homeroom โดยเน้นผู้ปกครองและนักเรียนใหม่ ซึ่งยังไม่คุ้นชินกับเส้นทาง และการรับ-ส่ง ให้มีความพร้อม และวางแผนการเดินทาง เพื่อให้ใช้เวลาในการรับ-ส่งน้อยที่สุด วางแผนการเดินทาง ได้แก่ เส้นทางเข้า-ออก จุดรับ-ส่ง จุดนัดหมาย เตรียมสิ่งของให้พร้อมก่อนลงจากรถ ได้แก่ กระเป๋านักเรียนและสิ่งของต่างๆ เงินสำหรับไปโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดปัญหาจราจร 

“เรามีมาตรการ 5 เตรียม 1 เสริม คือเตรียมแผน การจัดระบบการจราจรร่วมกับสถานศึกษาต่างๆ เตรียมกำลังพล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สถานีตำรวจ 9 เส้นทางหลัก ในการแก้ไขปัญหาการจราจร เตรียมอุปกรณ์ เช่น ป้าย เครื่องหมายจราจร แผงกั้น กรวยยาง เสื้อกันฝน รองเท้าบู๊ท อุปกรณ์วิทยุสื่อสาร เตรียมเตรียมถนน โดยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขในเส้นทางหลัก และ การคืนพื้นผิวการจราจร จุดก่อสร้าง เตรียมประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และ แก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกัน และเสริม Smart City โดยการใช้เทคโนโลยี จากกล้อง CCTV อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และ แอปพลิเคชั่น Google map ในการตรวจสอบสภาพการจราจร”

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนการขอคืนพื้นผิวจราจร จุดที่มีการก่อสร้างพื้นผิวจราจร 7 จุดนั้น ประกอบด้วย 1.การก่อสร้างสายส่งเคเบิ้ลใต้ดิน ถนนเชียงใหม่-ลำปาง หน้า ร.พ.ลานนา 2.การก่อสร้างทางแยกแม่กวง ถ.เชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด 3.การก่อสร้างสะพานข้ามแยกท่ารั้ว ถ.วงแหวน รอบ 3  4.การปรับปรุงพื้นผิวถนน ถ.เชียงใหม่-ลำปาง คู่ขนานด้านนอก ตั้งแต่แยกหนองประทีป ถึงสะพานดอนจั่น  5.การก่อสร้าง ถ.เชียงใหม่-ลำปาง ตั้งแต่เขตติดต่อแยกถึงสะพานดอนจั่น 6.การก่อสร้างทางแยกต้นเกว๋น ถ.คันคลองชลประทาน และ 7.การทาสี-ตีเส้น และปรับปรุงทางเท้า ถ.มหิดล โดยให้ความสำคัญและเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ ไม่จอดรถกีดขวางหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ขับขี่ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร การข้ามถนนของคนเดินเท้า นอกจากนั้นแล้วยังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล และแขวงการทางฯ สำรวจความพร้อมของสภาพพื้นผิวการจราจร จุดที่มีน้ำท่วมขัง สัญญาณไฟ จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์แนะนำเส้นทาง รวมถึงการขอคืนพื้นผิวการจราจร จากการก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียน พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ปกครองที่นำส่งบุตรหลานในเส้นทางดังกล่าว ติดตามข่าวสารข้อมูลจากสื่อทุกช่องทาง เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ วิทยุกระจายเสียง เพื่อรายงานสภาพการจราจร แจ้งข้อมูลอุบัติเหตุ แนะนำการใช้เส้นทางรวมถึง ทางลัด-ทางเลี่ยง ติดตามข่าวสารสภาพการจราจร จากเพจ เฟซบุ๊ค กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และแอปพลิเคชั่น ขอความช่วยเหลือ หรือรับแจ้งปัญหาการจราจร ห้องศูนย์วิทยุจราจรเชียงใหม่ 053-235595 หรือ 191 เพื่อลดปัญหาการจราจรร่วมกัน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน