ข่าวด่วน

คณะกรรมการอนุรักษ์พัฒนาเมืองเก่าฯ หารือแก้ปัญหา ‘ตึกสี ตึกสูง’เชียงใหม่ เอกชนยอมถอยขอยื่นแบบใหม่แล้ว

วันที่ 23 มิถุนายน 2563 นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานคณะกรรมการอนุรักษ์พัฒนาเมืองเก่าเชียงใหม่และปริมณฑล ภาคประชาชน เปิดเผยภายหลังการประชุมเรื่องอาคารสูงและการอนุรักษ์เมืองเก่าเชียงใหม่ ณ ลานหน้าสมุดฟื้นบ้านย่านเวียง หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า คณะกรรมการเมืองเก่าภาคประชาชนมีความห่วงใยกรณี ‘ตึกสี ตึกสูง’ ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ จึงประชุมหารือกันอย่างเข้มข้น เพื่อหาทางแก้ไข 2 ปัญหาดังกล่าว โดยในส่วนของเครื่องมือทางกฎหมายท่ีสามารถบังคับใช้ และนํามาพัฒนาผ่านกระบวนการเพิ่มเนื้อหา อาทิ ขยาย รูปลักษณ์อาคาร อัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นท่ีดิน (FAR) และอัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (OSR) และอื่นๆ คือ เทศบัญญัติเทศบาลนครเชียงใหม่ ภายใต้กฎกระทรวง และ พรบ. ควบคุมอาคาร รวมไปถึงกฎหมายผังเมืองรวมที่สามารถกําหนดประเภทอาคาร กิจกรรม และพื้นท่ีอาคาร ซึ่งภาคประชาสังคม และคณะอนุกรรมการเมืองเก่าฯ ภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันจัดทําข้อเสนอและรายละเอียดในการอนุรักษ์ อาคารสิ่งก่อสร้างและเมืองเก่าเชียงใหม่ เสนอต่อเทศบาลนครเชียงใหม่ และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดข้อกฎหมาย ต่อไป

ส่วนความเห็นและแนวทางการอนุรักษ์ จากกรณีตึก สูง 13 ช้ัน บนถนนท่าแพ ที่จะมีการสร้างโรงแรมโคซี่ Cosi ของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ ขณะน้ีได้มีการเจรจาเบื้องต้นระหว่างเจ้าของอาคาร เทศบาลนครเชียงใหม่ และภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้เกิดการพิจารณาเรื่องความสูง รูปลักษณะ และแนวคิดการออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับบริบทและประวัติศาสตร์ของย่านท่าแพ ทั้งนี้เจ้าของอาคารได้เข้ามาสํารวจพื้นที่ และหลังจากการเจรจาได้ดำเนินการถอนการเสนอรายงาน EIA ครั้งที่ 2 และจะขอทําการแก้ไข เพื่อยื่นเสนออีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 โดยภาคประชาสังคมและนักวิชาการพร้อมให้ความร่วมมือหากเจ้าของอาคารต้องการปรับปรุงรูปแบบอาคารให้มีความเหมาะสมต่อบริบท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุนใหญ่ระดับนี้เข้าใจและพร้อมจะพูดคุยทำความเข้าใจกัน แต่เราก็พร้อมเคลื่อนไหวหากเจ้าของอาคารมิได้ทําตามกระบวนการที่ได้เจรจากันไว้ เพราะถนนท่าแพเป็นแกนกลางของเมือง ซึ่งควรค่าที่จะต้องอนุรักษ์ไว้ และไม่ควรมีสิ่งกีดขวางมาบดบัง เพราะหากยืนบริเวณกลางสะพานนวรัฐจะมองเห็นวัดพระธาตุดอยสุเทพได้พอดี เราจึงกังวลว่าหากมีการสร้างอาคารที่มีความสูงเกินไปจะทำให้เกิดความสูญเสียสิ่งมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใตของชาวเชียงใหม่

ส่วนกรณีการทาสีอาคารสูง ของโรงแรมริมแม่น้ำปิง ภาคประชาสังคมจะดําเนินการทําหนังสือเพื่อขอให้พิจารณาการทาสีใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดทัศนอุจาด ผ่านกองช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมทั้งมีแนวคิดในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีอื่นๆ อาทิ สมาคมสถาปนิกล้านนา และภาคธุรกิจ (จําหน่ายสีอาคาร) ในการร่วมกันเปลี่ยนแปลงสี ด้วยการการระดมทุนเปลี่ยนสีอาคาร พร้อมนําเสนอความร่วมมือในระดับเมืองเพื่อเป็นตัวอย่างในการจัดการร่วมกัน ซึ่งจะทําการหามติร่วมกันในการประชุมครั้งต่อไป

นางเสาวคนธ์ กล่าวว่า ในแง่ของการอนุรักษ์ ที่ประชุมเสนอกรอบแนวคิด 4 กรอบ ประกอบด้วย 1. เรื่องรูปลักษณ์ หน้าตา และความสูงอาคาร อาทิ ควรกําหนดความสูงอาคารบนย่านถนนท่าแพให้สูงไม่เกิน 15 เมตร หรือไม่สูงกว่าตึกที่สูงที่สุดในย่าน มีระบบ Set back จากถนนและอนุญาตให้สร้างอาคารสูงไม่เกิน 3-4 ชั้น และ ลักษณะ หรือหน้าตาอาคารควรมีความกลมกลืนกับอาคารในย่าน โดยเสนอเป็นข้อบัญญัติในการอนุรักษ์และรักษาเมืองเชียงใหม่ 2. เรื่องการกําหนดย่าน หรือ zoning ในการอนุรักษ์ อาทิ ขยายโซนการอนุรักษ์ และสร้างข้อกําหนดร่วมกับระหว่างภาคประชาสังคมและชุมชน แบ่งโซนการจัดการให้ชัดเจน เช่น โซนอนุรักษ์ โซนพัฒนา พร้อมกําหนดรายละเอียดให้ชัดเจน 3. กลไกการทํางาน เสนอให้เกิดการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการย่าน’ เพื่อดูแลย่านและกําหนดกลไกในการทํางาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างอาคาร หรือการพัฒนาที่ไม่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของย่าน 4. การกําหนดมุมมอง (View Point) เมืองเก่าเชียงใหม่ กําหนดให้ย่านท่าแพเป็นพื้นท่ีอนุรักษ์ เพื่อรักษามุมมองของเมืองเชียงใหม่ อาคารที่จะขออนุญาตก่อสร้างต้องมีความสูงไม่เกินกว่าอาคารที่มีอยู่แล้ว และไม่บดบังทัศนียภาพของเมือง

“สำหรับกรณีการขยายขอบเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ภาคประชาสังคมเมืองเชียงใหม่และภาคีเครือข่าย จะนัดประชุมหารือและทําการกําหนดย่านการอนุรักษ์ร่วมกันในเชิงรายละเอียดอีกครั้ง เช่น การเสนอให้เขตการอนุรักษ์ครอบคลุมองคาพยพของเมืองเชียงใหม่ อันมีคุณค่าด้านการวางผังเมือง การขอขยายพื้นท่ีควบคุมรอบบริเวณวัดเพื่อป้องกันอาคารหรือสิ่งก่อสร้างท่ีไม่เหมาะสม พื้นที่วัดร้างควรมีแผนการจัดการเพื่อรักษาคุณค่าไม่ควรปล่อยทิ้งร้าง และการร่วมกันออกแบบวางแผนแม่บท (Master Plan) ให้กับวัดในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ และวัดสําคัญต่างๆ พื้นที่ริมน้ําควรมีการเพิ่มเติมเนื้อหาด้านการอนุรักษ์และรกั ษาผ่านกฎกระทรวง เพื่อรักษาคุณค่าและความสําคัญของพื้นที่ ย่านที่ควรมีการอนุรักษ์ ได้แก่ ย่านสันป่าข่อย ย่านวัดเกตุ ถนนเจริญประเทศ ย่านฟ้าฮ้าม หนองหอย สวนดอก (พื้นที่เวียงสวนดอก) วัดป่าแดง เวียงเจ็ดริน และย่านข่วงสิงห์ นอกเหนือจาการรักษาอาคาร ส่ิงสําคัญ คือ การรักษาสภาพแวดล้อม และภูมิทัศน์วัฒนธรรมร่วมกัน”

นางเสาวคนธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การอนุรักษ์เมืองเก่า ต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองใหม่ แต่ทุกอย่างต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้าง Platform หรือพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนพูดคุย ประเด็นปัญหา และความรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เครื่องมือนําเสนอข้อมูลเมืองที่มีความทันสมัย เพื่อให้ทุกคนในเมืองได้ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เปิดเวทีสร้างความเข้าใจระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนา รวมไปถึงการพัฒนาเครื่องมือเพื่อการถ่ายทอดความรู้ อาทิ การสร้าง content ด้านคุณค่าของเมืองให้เข้าใจง่าย เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เข้าใจคุณค่าของการอนุรักษ์เมือง กระบวนการพิจารณายื่นข้ออนุญาตก่อสร้าง อาทิ EIA ควรมีการเพิ่มเติมประเด็นด้านคุณค่าเชิงสังคมเข้าไปด้วย ควรมีการประชุมเพื่อออกแบบจินตภาพเมืองร่วมกัน รวมไปถึงการพัฒนาผังย่าน และผังชุมชน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน