กลับมาแล้ว หญิงชาวบ้าน อ.พร้าว หลงป่านาน5วัน เผยยังชีพด้วยมะไฟ-กล้วยป่า

วันที่ 12 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รายงานว่า เวลาประมาณ 05.00 น. นายนพดล คืนมาเมือง อายุ 49 ปี ราษฎรบ้านป่าห้า หมู่ที่ 5 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พบตัวนางอำพร ตาคำ อายุ 69 ปี  บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 7 บ้านป่าเมี่ยงแม่สาย ต.โหล่งขอด อ.พร้าว ที่หลงป่าขณะเข้าไปหาเห็ดเผาะ บริเวณป่าห้วยไร่ หย่อมบ้านปางปง หมู่ 7  ต.โหล่งขอด ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา 

โดยนายนพดล เล่าว่า พบนางอำพร ช่วงเช้ามืด ขณะกำลังเดินออกมาจากชายป่าห่างจากสวนของตนเอง ซึ่งอยู่ใกล้กับห้วยตองหนาม – ห้วยแม่ขอด ห่างจากบ้านนางอำพรไปประมาณ 4 กิโลเมตร ไปทางทิศใต้ โโยนางอำพรอยู่ในอาการอิดโรย หวาดกลัว และจะเดินหนีกลับเข้าป่าไปอีก จึงได้รีบนำตัวซ้อนรถจักรยานยนต์นำตัวส่งยังบ้านนางอำพร ก่อนที่ญาติจะพานางอำพรไปกราบขอขมาเจดีย์ที่พักสงฆ์ดอยแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้บ้านปางปง และนำส่งโรงพยาบาลพร้าว เพื่อให้แพทย์ตรวจสุขภาพต่อไป

จากการสอบถามนางอำพร บอกว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายนเดินทางออกจากบ้านเข้าป่าไปหาเห็ดถอบ หรือเห็ดเพาะที่ป่าท้ายหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร ป่าแห่งนี้ตนเองเดินเข้าไปหาของป่าอยู่เป็นประจำตั้งแต่อายุ 20 ปี แต่ไม่รู้เหตุใดครั้งนี้จึงเดินหลงหาทางออกไม่ได้ ตนเองพยายามเดินวนหาทางออกอยู่หลายรอบก็หาทางออกไม่เจอและวนกลับมาที่เดิมหลายครั้ง โดยขณะที่หลงอยู่ในป่าประทังชีวิตด้วยการหาผลไม้กิน ทั้งมะไฟและกล้วยป่า ดื่มน้ำจากลำห้วย ส่วนเวลากลางคืนก็จะนอนตามโพรงไม้ และในช่วง 4- 5 คืนอยู่ที่ในป่าก็นั่งสวดมนต์ทำสมาธิ ภาวนาขอให้หาทางออกจากป่าให้ได้ แต่ยืนยันไม่พบเห็นเจ้าหน้าที่ที่ออกไปตามหาแม้แต่คนเดียว นอกจากรอยเท้าของคนจำนวนมาก ช่วงที่อาศัยอยู่ในป่าไม่พบเจอสิ่งลี้ลับ หรือสิ่งแปลกประหลาดอะไร นอกจากหมูป่า กระทั่งเช้าวันนี้ตื่นมาก็พยายามเดินหาทางออกอีกจนพบเส้นทาง จึงเดินลัดเลาะออกมาก็พบกับชาวบ้าน รู้สึกดีใจมาก แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นางอัมพร จะกลับเข้าไปหาของป่าอีกหรือไม่ นางอัมพรได้แต่หัวเราะและไม่พูดอะไร

ด้านนายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังทุกหน่วยออกลาดตระเวนติดตามตัวนางอัมพรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดที่นางอัมพรระบุว่า ได้ไปพักอยู่ช่วงที่หลงป่า แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่พบรองร่อยของนางอัมพร และจุดที่นางอัมพรเดินออกมาคือบริเวณห้วยปางตองเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปค้นหาแต่วันแรกเช่นกัน หลังนางอัมพรเดินออกจากป่ากลับมาที่บ้านเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปสอบถามข้อมูลพบว่า นางอัมพรมีสภาพค่อนข้างอิดโรย และอ่อนเพลีย เพราะอาศัยอยู่ในป่ามานานหลายวัน แต่โชคดีที่นางอัมพรมีสุขภาพค่อนข้างแข็งแรง แม้จะอายุมากแล้ว

“ทางครอบครัว ญาติ และชาวบ้าน พานางอัมพรไปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ยอมเปิดทางให้กลับมาบ้านพักได้หลังหลงป่าไปนานกว่า 5 วัน โดยญาติเชื่อว่าการที่นางอัมพรหลงป่า เพราะมีผีเจ้าป่าเจ้าเขา หรือสิ่งที่มองไม่เห็นบังตา ซึ่งญาติได้ไปดูดวงกับหมอดู ขณะที่หมอดูบอกว่า นางอัมพรยังปลอดภัยและจะกลับออกมาเร็วๆนี้”

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ประสานขอให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.33 เข้าช่วยเหลือในการค้นหา โดยจัดตั้งกองอำนวยการติดตามค้นหา และจัดกำลังจากกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 33 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สุนัขดมกลิ่นจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 รวมทั้งประชาชนในพื้นที่เข้าค้นหาบริเวณป่าห้วยไร่ หย่อมบ้านปางปง ห้วยตองหนาม ห้วยแม่ขอด และพื้นที่ข้างเคียง หมู่ 7 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว ซึ่งเป็นจุดที่สามีของนางอำพรแจ้งว่า เป็นจุดที่นางอำพรมักจะเข้าไปหาของป่าเป็นประจำ โดยชุดค้นหาได้ติดตามค้นหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นมา แต่ก็ไม่พบตัว จนกระทั่งเย็นวานนี้มีการนิมนต์ท่านพระครูวรวรรณวิวัฒน์ ดร. เจ้าคณะตำบลโหล่งขอด ประธานคนพร้าวรักษ์ป่า พระครูปรีชาภิวัฒน์ ประธานศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน มาทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา เพื่อขอให้เปิดป่าตามความเชื่อ จนกระทั่งนางอำพรเดินออกจากป่าด้วยตนเองในเช้าวันนี้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน