ผู้ว่าฯร่วมสภาลมหายใจฯ เปิดกิจกรรม ‘เก๊าไม้ของเฮา’เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เมืองเชียงใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2563 นายเจริญฤทธิ์สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม‘เก๊าไม้ของเฮา’ ที่บริเวณเชิงสะพานนวรัฐด้านทิศเหนือ โดยมีนายชัชวาล ทองดีเลิศประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ นางนลี อินทรนันท์ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ฝ่ายงานภาคเมือง พล.ท.ภาณุ โรจนวสุ และนายณัฐฐ์ ชูเดชวิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมผู้นำชุมชนในหลากหลายพื้นที่มาร่วมให้กำลังใจและปลูกต้นไม้ตลอดแนวแม่น้ำปิง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า โครงการนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่ร่วมมือกันลงมือแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันในเขตเมือง และหวังว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาคม และอื่นๆ ผ่านคณะกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่แบบบูรณาการและมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจะมีความเข้มแข็งเช่นเดียวกัน ถือเป็นนิมิตหมายของความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากความร่วมมือร่วมใจทำงานในเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นควัน ไม่ใช่ตามแก้ปัญหาผจญเหตุเฉพาะหน้าในห้วงเวลาต้นปี 3 เดือน แต่การแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนเกี่ยวข้องกับเรื่องทรัพยากรป่าไม้ เศรษฐกิจ การเกษตรบนที่สูงทั้งที่เป็นวิถีชีวิตของชาติพันธ์และพืชเชิงเดี่ยว และสุขภาพ ต้องอาศัยทั้งเวลาและพลังจากทุกภาคส่วน ต้องมีการแก้ปัญหาในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว จึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและนำไปสู่อากาศสะอาด

“ผมหวังว่าการรณรงค์ในวันนี้ แม้จะเริ่มจากกลุ่มคนเล็กๆ ที่ตั้งใจและมุ่งมั่น จะขายตัวและกลายเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ เกิดสิ่งที่ดีงามในอนาคต โดยไม่มีคำว่าหน้าที่ ที่ต้องทำมากำกับ หากแต่เกิดจากพลังของคนเชียงใหม่ ที่มีลมหายใจเดียวกัน มาร่วมขับเคลื่อนให้เชียงใหม่เดินไปในทิศทางที่ยั่งยืน และจวนผู้ว่าราชการห่างออกไปไม่ไกล ผมจะมองเห็นต้นไม้ที่นี่เติบโตและสวยงามอยู่บ่อยๆ และผมจะหาเวลามาช่วยดูแลต้นไม้ในพื้นที่นี้อย่างแน่นอน”

นายชัชวาล บอกว่า โครงการ ‘เก๊าไม้ของเฮา’ เป็นหนึ่งในแผนงานสภาลมหายใจเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยเพิ่มจำนวนตันไม้ที่มีความสามารถในการช่วยกรองและดูดซับฝุ่นควัน PM 2.5 อันเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการของภาคเมืองที่จะรับมือและแก้ไชปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้นทุกปีโดยขับเคลื่อนร่วมไปกับโครงการอื่นอาทิโครงการต้นไม้บุญธรรมการส่งเสริมการใช้บริการชนส่งสาธารณะการใช้จักรยานและการลดขยะ (zero waste)

ปัจจุบันพื้นที่ของเทศบาลนครเชียงใหม่ 41 ตารางกิโลเมตรมีพื้นที่สีเขียวเพียง 18% เราจึงอยากให้เพิ่มเป็น 30% คิดเป็นจำนวนต้นไม้ที่จะปลูกเพิ่มจำนวน 300,000 ต้นเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองริมแม่น้ำในวัดสถานที่ราชการพื้นที่สาธารณะและในเคหสถานและยังช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหารอีกด้วย

“เราหวังให้มีพื้นที่สีเขียวเกิดขึ้นบริเวณกลางเมืองที่จะกระตุ้นให้ชาวเมืองตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ที่รองรับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศสนับสนุนให้เทศบาลนครเชียงใหม่และปริมณฑลเป็นเมืองวนานครโดยเพิ่มต้นไม้ใหญ่ 700 ต้นพืชพรรณริมตลิ่ง 1,800 ต้นเพื่อการผลิตออกซิเจนได้ 140 ล้านลิตรต่อปีเก็บกักมลพิษและฝุ่นได้ 980 กิโลกรัมต่อปี”

นายชัชวาล บอกว่า เราต้องการลดความขัดแย้งโดยเปลี่ยนมาเป็นความร่วมมือเพราะปัญหาฝุ่นควันมาจากหลายปัจจัยในเมืองมีทั้งควันจากรถยนต์โรงงานอุตสาหกรรมก่อสร้างและปิ้งย่างในขณะที่นอกเมืองมาจากพื้นที่ทางการเกษตรและปีนี้รุนแรงในพื้นที่ป่าการจะทำให้ ‘เมืองน่าอยู่ชนบทยั่งยืน’ จึงต้องเกิดจากความร่วมใจของทุกคน 

กิจกรรมเก๊าไม้ของเฮาสอดคล้องกับวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน และตรงกับนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่ที่เริ่มการแก้ปัญหาฝุ่นควันในต้นฤดูฝน จากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ต้องการสร้างพื้นที่สีเขียวให้เมืองเชียงใหม่ในวันนี้ ต้นไม้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นมาทั้งสองสะพานที่สะพานนวรัฐและสะพานรัตนโกสินทร์มากกว่า 700 ต้นจะช่วยเก็บกักฝุ่นและสารพิษจากการเดินทางขนส่ง เพิ่มความร่มรื่น และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้ชาวเชียงใหม่ และทำให้ภูมิทัศน์ของสะพานสำคัญของเมืองสวยงามด้วยพืชพรรณเขียวขจี 

โดยมีเป้าหมายจากเชิงสะพานนวรัฐต่อเนื่องไปจนถึงเชิงสะพานรัตนโกสินทร์ฝั่งตะวันตกรวม 4 ไร่สะพานนวรัฐใช้พื้นที่ปลูก 2,870 ตารางเมตรพรรณไม้ที่ปลูกได้แก่ไม้ยืนต้นในท้องถิ่นตามนิเวศเมืองเชียงใหม่และพันธุ์ไม้ที่เก็บกินผลดอกใบได้เพื่อเป็นสวนผักยืนต้นสำหรับคนเมือง เช่น ชะมวง มะตาด ตะลิงปิง มะเดื่ อกระท้อน ประคำไก่ มะฝ่อ กลุ่มไม้ยืนต้นริมน้ำใกล้ตลิ่งที่ทนน้ำใช้พันธุ์ไม้ยืนต้นในท้องถิ่นปลูกเลียนแบบนิเวศเดิมของแม่น้ำปิงและดูแลนิเวศริมน้ำได้ เช่น กุ่มน้ำ จิกน้ำ ตะแบกนา อินทนิลน้ำ มะกอกน้ำ และไม้พุ่มเตี้ยริมตลิ่งที่ทนน้ำเหมาะสำหรับยึดตลิ่งและบำบัดน้ำ เช่น หญ้าคา บอน ไคร้น้ำ และเตยหอม

นางนลี กล่าวเสริมว่า เรามีระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 มิฤนายนไปจนถึงสิ้นเดือนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองที่สวยงามของประเทศไทยโดยสภาลมหายใจเชียงใหม่จะร่วมดูแลไม้ในพื้นที่ปลูกต่อไปเป็นเวลาสองปี 

“จังหวัดเชียงใหม่เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากการใช้รถยนต์มาเป็นการปั่นจักรยานเพราะเมืองเรามีภูมิทัศน์ที่ดีขอแค่เรามาทำให้เกิดความสะอาดสวยงามด้วยสองมือของเราเท่านั้น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปลูกต้นไม้ริมน้ำมีเสียงเพลงแว่วมามีเนื้อหาว่า..อยู่อย่างพอเพียงใกล้ตัวความสุขยังมีอยู่อย่างพอดีไม่มีความทุกข์ร้อนในใจสุขจริงแท้ในชีวิตคนจะค้นเจอได้ไม่ไกลอยู่ในใจของคนรู้จักเพียงพอแค่มีคำว่า..พอก็สุขเกินใครช่วยตอกย้ำความตั้งใจของทุกคนว่าแค่พอเพียงชีวิตก็..เพียงพอ

ก่อนที่จะมีเสียงตะโกนแว่วมาจากกลุ่มจิตอาสาปลูกต้นไม้ว่า ดีใจจัง (ว่ะ) เขามาช่วยเราปลูกไม่กี่นาทีเสร็จแล้วแต่เราปลูกกันตั้งหลายอาทิตย์ยังได้ไม่กี่ต้นเฮ้..ความร่วมมือกัน..นี่ดีนะ 

สำนักข่าวเห็ดลมรายงาน