วิถีเกษตรกรข้าวโพดหวาน ‘ซันสวีท’สู่ความยั่งยืน เน้นไถกลบ เพิ่มมูลค่าจากเศษตอซัง ต้น เปลือก

วันที่ 5 มิถุนายน 2563 บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) จับมือกับเกษตรกรปลูกข้าวโพดหวานเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน โดยข้าวโพดหวานเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวโพดหวานอันดับ 1 ของโลก แต่เนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตร ส่งผลให้ผลผลิตได้ไม่เพียงพอ ตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัททำการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวาน ยกระดับทำเกษตรสู่ smart farm 4.0 นำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในการลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพผลผลิต เพื่อช่วยเกษตรในการสร้างอาชีพ และรายได้อย่างยั่งยืน

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีเกษตรกรที่ทำสัญญาแบบ contract farming มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด 100,000 ไร่/ปี ในภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และเริ่มขยายพื้นที่สู่ภาคอีสาน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 20,000 ราย ทั้งนี้เป็นการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ซึ่งบริษัทจะซื้อผลผลิตจากเกษตรกรถึงหน้าไร่ในราคาที่ตกลงกัน ถือเป็นการประกันราคาให้เกษตรกร นอกเหนือจากการส่งเสริมการปลูกแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีแนวคิดให้ความรู้และสนับสนุนเกษตรกรหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพดหวาน เพื่อสร้างมูลค่าดังนี้

1.ชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการไถกลบตอซังข้าวโพด เพื่อทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น เป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน 2.นำต้นข้าวโพดและตอซังหลังจากการเก็บเกี่ยว หรือ เศษวัสดุที่เหลือมาผลิตเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการผลิต และทำให้ผลผลิตปลอดภัย 3.นำต้นข้าวโพดและตอซังข้าวโพดที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว มาสับย่อยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ และขายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพื่อนำไปผสมอาหารให้โคนม มีระดับโปรตีนสูง เป็นการเพิ่มคุณภาพน้ำนมให้กับโคนมอีกทางหนึ่ง และ 4.นำเปลือกข้าวโพดมาย่อยเพื่อนำมาเป็นเยื่อทำภาชนะบรรจุ ทดแทนโฟมหรือพลาสติก

“เกษตรกรมองเห็นถึงความสำคัญของการไถกลบและนำเศษวัสดุข้าวโพด ไม่ว่าจะเป็น ตอซัง ต้น เปลือก และใบข้าวโพดหลังจากการเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร นำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดความยั่งยืนให้กับเกษตรกรและชุมชนต่อไป” นายองอาจ กล่าวทิ้งท้าย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน