ข่าวด่วน

ผช.ผบ.ตร.แถลงผลจับกุม ‘ยาบ้า’ล็อตใหญ่3คดีซ้อน รวม17.8ล้านเม็ด มูลค่ากว่า1,800ล้านบาท คาดยาเสพติดจ่อทะลักชายแดนจำนวนมาก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประจวบ  วงศ์สุข  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง และ ปปส.ภาค 5 ร่วมแถลงข่าวคดียาเสพติดจำนวน 3 คดี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 17,826,000 เม็ด มูลค่า 1,800 ล้านบาท รถยนต์ 4 คัน

ดยคดีแรก เหตุเกิดกลางดึกคืนวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง ร่วมกับทหารกองกำลังผาเมือง วิสามัญนายปกรณ์ ธานีจิรัฐิติกาล อายุ 44 ปี  และจับกุมตัวนางสุรีย์ แซ่ลี อายุ 26 ปี ตรวจยึดของกลางยาบ้า 1,700,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน ยง 4270 เชียงใหม่ รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน นง 8934 เชียงใหม่ และอาวุธปืนลูกโม่ 1 กระบอก  หลังเจ้าหน้าที่มีเบาะแสว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้ามายังพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงนำกำลังตั้งด่านสกัดบริเวณถนนสายบ้านหาดสำราญ-ดอยอ่างขาง ก่อนถึงตู้ยามตำรวจแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งพบผู้ต้องหาทั้งสองขับรถตามกันมา โดยนายปกรณ์ใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางเพื่อหลบหนี เป็นเหตุให้นายปกรณ์ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

คดีที่สอง วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ตำรวจสภ.เวียงแหง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง จัดชุดลาดตะเวนบริเวณบ้านหินแตว หมู่ 6 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ห่างจากแนวชายแดน 1 กิโลเมตร  พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 8 – 10 คน แบกเป้สะพายสีดำเดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ  เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุด แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวทิ้งเป้สะพายหลัง และอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่พบยาบ้า จำนวน 2,100,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ในเป้ จึงยึดไว้เป็นของกลาง

ส่วนคดีที่สาม เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง จับกุมตัวนายสุทัศน์ โนนทอง  อายุ 31 ปี  นายยอดรัก กลางนา อายุ 34 ปี  น.ส.ณิศมน สมัครณรงค์  อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 77 กระสอบ รวม 14 ล้านเม็ด พร้อมรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ยต 628 นครราชสีมา ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย หลังจากนำกำลังบุกเข้าจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.สันทราย อ.ฝาง 

พล.ต.ท.วิสนุ เปิดเผยว่า การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดพร้อมยึดของกลางจำนวนมหาศาล เป็นการจับกุมคดีใหญ่ และเป็นกลุ่มเครือข่ายรายสำคัญต่อเนื่อง 2 วันติดต่อกัน ขณะเดียวกันจากการข่าวทราบว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนมหาศาลที่เตรียมขนลำเลียงผ่านแนวชายแดนทางภาคเหนือเข้ามายังพื้นที่ชั้นในของประเทศ  ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานบูรณาการและประสานความร่วมมือ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มมีการผ่อนปรนคลายล็อกให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 

“ทั้ง 3 คดี ในทางการสืบสวนพบว่า กลุ่มเครือข่ายที่ขนลำเลียงยาบ้าจำนวน 1.7 ล้านเม็ดนั้น มีพฤติกรรมลักลอบขนยาบ้ามาแล้วหลายครั้งจนมีฐานะร่ำรวย โดยผู้ต้องหาเป็นทั้งผู้สั่งการ ขนเอง และจัดจำหน่าย ซึ่งจะขนลำเลียงปะปนกับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อไปยังพื้นที่ภาคใต้ ส่วนรายของกลาง 14 ล้านเม็ด ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหารับจ้างขนในราคา 7 แสนบาท ให้ลำเลียงไปส่งที่กรุงเทพฯ ทำมาแล้ว 2 ครั้ง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสของกลุ่มนายทุนที่สั่งการแล้ว เตรียมขยายผลเพื่อกวาดล้างและยึดทรัพย์ต่อไป” พล.ต.ท.วิสนุ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน