แพทย์เชียงใหม่แจง ผู้ป่วยโควิด-19รายสุดท้ายกลับบ้านแล้ว คาดติดเชื้อมาก่อนหน้านี้และกำลังจะหาย วอนสังคมหยุดคุกคามคนไข้

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ และชี้แจ้งผู้ป่วยรายสุดท้าย หรือ 41 ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นชายอายุ 39 ปี ที่เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต ว่า เป็นการตรวจหาผู้ป่วยเชิงรุก และหลังการเก็บตัวอย่างหาเชื้อวันที่ 12 และ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนค่ำทราบผลว่าพบเชื้อและรับรักษาไว้ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ มีการแบ่งตัวอย่างสารคัดหลั่ง ลำคอ โพรงจมูกไปตรวจที่ศูนย์ควบคุมโรคที่ 1 และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ป่วยไม่มีไข้ ความดันปกติ วันที่ 14 พฤษภาคม ทำการตรวจซ้ำและส่งตัวอย่างตรวจทั้ง 2 ห้องตรวจและไม่พบเชื้อ น่าจะเป็นช่วงท้ายของการเจ็บป่วย และมีการตรวจซ้ำอีกเมื่อครบ 48 ชั่วโมง วันที่ 16 พฤษภาคม ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ซึ่งมีมาตรฐานห้องปฏิบัติการก็ไม่พบเชื้อ จึงสรุปว่าป่วยด้วยโรคโควิด-19 และจำหน่ายให้กลับบ้านได้ ทั้งนี้ยังคงต้องกักตัวดูอาการอีก 14 วันที่บ้าน คนอาจไม่เข้าใจว่าทำไมหายเร็ว แต่รายนี้น่าจะป่วยมาก่อนและกำลังจะหายก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพบ

“น่าเห็นใจผู้ป่วยรายนี้มากที่ถูกคุกคาม เพราะทุกคนมีโอกาสเกิดโรคได้ หากไม่เกิดกับตัวเองคงไม่รู้ว่าจะกังวลเพียงใด จึงขอให้บุคคลที่กระทำการดังกล่าวหยุดการกระทำในลักษณะนี้ และอนาคตหากพื้นที่หรือบุคคลที่เรารู้จักใกล้ชิดติดเชื้อขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังตนเองให้มาก ยกระดับการป้องกันตนเองในเชียงใหม่ก่อนที่จะเกิดการผ่อนปรน จากที่เคยทำการเว้นระยะห่างมาได้ดีมาก ยกเว้นยังมีจุดเล็กๆ ที่ยังมีการรวมตัวกันและต้องแก้ไขต่อไป” 

นพ.จตุชัย กล่าวว่า เราจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อความครบถ้วนเมื่อตรวจใหม่หลัง 48 ชั่วโมง ไม่พบเชื้อ เราก็ชี้แจงให้ทราบ และต้องขออภัยที่อาจไม่สามารถให้ข้อมูลเป็นรายวันได้

นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน ด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หากนำผลการตรวจมาวิเคราะห์ดู จะเห็นว่าวันที่ 12 ที่ตรวจเจอปริมาณเชื้อไม่มาก หลังจากนั้นตรวจซ้ำสองวันก็ไม่พบเชื้อแล้ว สันนิษฐานคือ ผู้ป่วยน่าจะได้รับเชื้อและติดเชื้อมาก่อน แต่ตัวโรคนี้มีอาการหลากหลาย คือ ไม่มีอาการ มีอาการน้อยมาก จมูกไม่ได้กลิ่น ที่รุนแรง คือ ผู้มีอายุมาก แต่รายนี้แข็งแรงดี อยู่ในวัยกลางคน ร่างกายสามารถจัดการได้ ไม่ต้องให้ยาก็สามารถหายได้ โดย 2-4 สัปดาห์จะตรวจไม่พบเชื้อ  

“ผู้ป่วยเชียงใหม่ที่นานที่สุดคือ 42 วัน จึงเจอเชื้อ แต่รายนี้พบเชื้อค่อนข้างน้อย มีสองอย่างคือ เพิ่งติด้ชื้อ หรือติดเชื้อมานานแล้ว แต่รายนี้หลังเข้าโรงพยาบาล 48 ชั่วโมงไม่พบเชื้อ สันนิษฐานว่า น่าจะติดเชื้อมาก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในเชียงใหม่ สรุปได้ว่าไม่น่าติดเชื้อภายในจังหวัด และพบตอนที่ใกล้จะหายแล้ว จุดที่เคยเดินทางไปเจ้าหน้าที่ไปติดตามเก็บตัวอย่าง 5 ราย ไม่พบผู้ต้องสงสัยที่จะติดเชื้อ โอกาสที่จะแพร่เชื้อไปถือว่าน้อยมาก จึงขอให้ประชาชนทั่วไปมั่นใจว่าไม่มีการแพร่เชื้อและมั่นใจในกระบวนการควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่ และเราคำนึงถึงสิทธิของผู้ป่วยมากที่สุด”

นพ.กิตติพันธุ์ กล่าวว่า มีความห่วงในกรณีที่มีการคุกคามผู้ป่วย ทั้งทางโซเชียล การเดินทางไปถ่ายภาพที่หน้าบ้าน เป็นการตั้งแง่และคุกคาม เกิดความเครียดสูงต่อผู้ป่วยและครอบครัว อนาคตหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เจ้าหน้าที่จะทำงานลำบาก และอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อผู้ป่วยรายอื่นที่อาจจะไม่อยากแจ้งเจ้าหน้าที่หากมีอาการป่วย เราควรเห็นใจผู้ป่วยมากกว่าที่จะกระทำแบบนี้ 

“ห้องปฏิบัติการยืนยันในวันที่ 12 พฤษภาคมว่าพบเชื้อ แต่ค่อนข้างน้อย เราจึงตรวจซ้ำด้วยห้องตรวจปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และพบเชื้อ แต่เมื่อผ่านไปอีก 2 วัน ตรวจก็ไม่พบเชื้อ แสดงว่าเป็นช่วงปลายที่เชื้อกำลังจำหมดไป จึงไม่มีการแพร่ระบาดเพิ่ม เพราะผู้ป่วยไม่มีอาการ และดูแลตนเองได้ดีไม่ออกไปข้างนอกมากนัก” นพ.กิตติพันธุ์ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน