เชียงใหม่แถลงพบผู้ป่วย ‘โควิด-19’รายใหม่ เดินทางมาจากภูเก็ตพื้นที่แพร่ระบาด ไม่มีอาการ เฝ้าระวังบุคคลใกล้ชิด

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโรคไวรัสโควิด 2019 หรือ Covid-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า จาก 34 วัน เราไม่พบผู้ติดเชื้อเลย แต่วันนี้พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย จากผู้เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต พร้อมครอบครัว คือ ภรรยาและลูกสาว โดยเดินทางมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 และมาถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 มีการรายงานตัวกับผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมควบคุมโรคประจำหมู่บ้าน มีการบันทึกลงในระบบแอพพลิเคชั่น วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 และระหว่างมาตั้งแต่ต้นเดือน มีการกักตัวอยู่ที่บ้านตามมาตรการ จนกระทั่งเมื่อคืนมีการตรวจพบว่า 1 ราย มีพบเชื้อเป็นบวก ทีมงานนำตัวมาโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด ในครอบครัวนี้มีการตรวจถึงภรรยาและลูกสาวแลผลเป็นลบ แต่คุณพ่อเป็นบวก ขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ระยะที่ผ่านมาปฏิบัติตัวตามมาตรการกักตัว 14 วัน ที่บ้าน แต่มีการออกไปซื้ออาหาร

“ผู้ป่วยไม่มีอาการไข้เลย การพบมาจากมาตรการเชิงรุกของทีมงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในการเข้าตรวจกลุ่มเสี่ยงคนที่มาจากจังหวัดที่มีการแพร่ระบาด โดยขอตัวอย่างน้ำลายมาตรวจจึงพบและเข้าสู่กระบวนการตามมาตรการทันที ซึ่งจากเหตนี้ชาวเชียงใหม่คงอยากรู้ว่าจะทำอย่างไรจะปิดเมืองต่อหรือไม่ จากการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดมีการประเมินแล้ว เรายังเชื่อว่าพื้นที่ของเราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เพราะผู้ป่วยเดินทางมาจากต่างจังหวัดและอยู่ในระยะกักตัว การผ่อนปรนระยะะที่ 1 จะยังคงมาตรการนี้อยู่ เพียงแต่ที่ทีมแพทย์เป็นห่วงคือ ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ และตรวจสอบตนเองหากพบอาการที่ผิดปกติให้พบแพทย์ทันที อย่าประมาท ส่วนจะเกิดการเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 2 อยู่ที่การสอบสวนโรคตามเส้นทาง และขึ้นอยู่ที่แนวทางของคณะกรรมการโรคติดต่อ เพราะเรามีการพบผู้ติดเชื้อหลัง 34 วัน แม้จะสันนิษฐานว่าเป็นการนำเข้าจากภายนอก” นายเจริญฤทธิ์ กล่าว

นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อคืนได้รับรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อ 1 ราย ขอเรียนว่าด้วยมาตรการที่เราตั้งไว้ คือ ตรวจสอบบุคคลที่เดินทางมาจากภูเก็ตทุกราย ต้องตรวจหาเชื้อเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยง แม้จะไม่มีอาการไข้ หรือผิดปกติใดๆ เมื่อพบเชื้อก็รีบตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เวลานี้ยังไม่มีไข้และมีอาการผิดปกติ ช่วงเช้ามีการส่งทีมไปสอบสวนโรคที่พัก ภรรยาและลูก และตัวผู้ป่วย

“รายนี้อายุ 39 ปี เดิมทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต อาชีพช่างสัก อยู่ด้วยกันกับครอบครัวคือ ภรรยาและลูก และเดินทางกลับมาวันที่ 1 พฤษภาคม ด้วยการขับรถหมายเลขทะเบียนเชียงใหม่เข้ามา ระหว่างทางแวะซื้ออาหารข้างทาง และนอนพักที่ปั้มน้ำมัน จ.นครปฐม มาถึงเชียงใหม่วันที่ 2 รายงานตัวกับผู้ใหญ่บ้าน และเข้าสู่การกักตัว และออกไปซื้อาหารในละแวกใกล้เคียง ผู้ป่วยเป็นคนขับรถ ภรรยาและลูกลงไปซื้อของใช้เวลา 10-15 นาที และกลับเข้าที่พัก อาการปกติดี จนกระทั่งได้รับแจ้งว่า ผลตรวจสารคัดหลั่งในลำคอพบเชื้อ จึงรับตัวมาโรงพยาบาลนครพิงค์ ผลตรวจภรรยาและลูกไม่พบเชื้อ และตรวจซ้ำก็ไม่พบเชื้อ ป่วยเพียง 1 คน คนใกล้ชิดยังไม่พบเชื้อ แต่จะถูกกำหนดให้กักตัวตั้งแต่วันนี้ไปอีก 14 วัน ตัวผู้ป่วยถูกรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จนกว่าอาการจะปลอดภัย” 

นพ.จตุชัย กล่าวว่า กระบวนการสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ไหนบ้าง เช่น ชุมชน จุดที่จะแพร่ไปสู่ผู้อื่น เพื่อค้นหาตัวผู้ป่วยอื่นเพิ่มเติม แต่ผู้ป่วยยืนยันว่าไม่ได้ไปที่ไหน นอกจากซื้ออาหาร ผู้ใหญ่บ้านและเพื่อบ้านใกล้เคียงยืนยันว่าไม่ได้ไปไหน ถือเป็นมาตรการเชิงรุก และเรามีโอกาสมีผู้ป่วยรายใหม่ในลักษณะนี้อยู่ เพราะหลายประเทศและจังหวัดยังมีการแพร่ระบาด และเราไม่สามารถปิดเมืองได้ แต่เราจะตรวจจับผู้ป่วยให้เร็วที่สุด และควบคุมไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง มาตรการป้องกันตนเองของชาวเชียงใหม่จึงควรเข้มข้น ด้วยการใส่หน้ากากตลอดเวลา ล้างมือทุกครั้ง ทำความสะอาดตนเอง เพราะเราไม่แน่ใจว่าผู้สัญจรไปมาจะนำเชื้อมาหรือไม่  

นพ.สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีนี้ผลแล็บที่ออกมาตรวจพ่อแม่ลูก ให้ผลบวกในตัวพ่อ ส่วนภรรยาและลูกเป็นลบ วันนี้นำตัวอย่างไปตรวจซ้ำอีกครั้งที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ ผลพ่อบวกเหมือนเดิม แม่และลูกเป็นลบ เดินทางมา จ.ภูเก็ต อยู่ในช่วง 14 วัน บอกได้ไม่แน่ชัดว่าติดมาจากต้นทาง ระหว่างทาง หรือเชียงใหม่ก็ได้ มีความเป็นไปได้หมด การค้นหาเพิ่มเติมต้องไปดูผู้สัมผัสใกล้ชิดในเชียงใหม่ เพื่อค้นหาและยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อจากคนในพื้นที่เชียงใหม่ เพื่อความเชื่อมั่นว่าไม่มีการติดเชื้อในตัวเชียงใหม่ การเฝ้าระวังกรณี จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในหลายกลุ่มประชากร ในการค้นหาเชิงรุก ที่ผ่านมาทีมไปตรวจกลุ่มคนอาชีพที่พบปะคนจำนวนมาก เช่น พนักงานขับรถ ธุรกิจร้านค้า ตัวเลขหลักร้อยไม่พบการเติดเชื้อ สบายใจได้ว่าเราค้นหาเชิงรุกและจะทำต่อไปตามมาตรการการเพิ่มเติม เราเจอก่อน และอาจจะยังมีเชื้อเพราะเทคนิคการตรวจจากสารพันธุกรรมโดยลำคอ อาจเป็นซากไวรัส หรือเป็นสารพันธุกรรม ต้องคุมและสังเกตอาการต่อไป และเฝ้าระวังภรรยาและลูก ค้นหาคนใกลชิดต่อเพื่อให้มั่นใจ

“มาตรการผ่อนปรนก็ต้องเริ่ม แต่การ์ดต้องไม่ตก เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างระหว่างตัวบุคคล พื้นที่แออัด ในโรงพยาบาล พื้นที่เฉพาะ ผู้ต้องขังหากมีการระบาดจะลำบากมาก แรงงานข้ามชาติ พนักงานขนส่ง พนักงานขับรถ ที่ต้องค้นหาเชิงรุก นำตัวอย่างน้ำลายและช่องคอเพื่อนำมาตรวจและเฝ้าระวัง” นพ.สุเมธ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่ว่า พื้นที่ผู้ป่วยรายใหม่ หรือ รายที่ 41 อยู่บ้านสันใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน