ข่าวด่วน

พายุลมแรง โค่น ‘ยางนา’120ปี ทับบ้านเรือนทรัพย์สินเสียหาย หมอต้นไม้เร่งประสาน อบจ.จัดซื้อเครื่องสแกนต้นไม้ คาดไม่สมบูรณ์เสี่ยงล้มอีกกว่า400ต้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 เจ้าหน้าที่หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลยางเนิ้งอำเภอสารภี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และทีมหมอต้นไม้ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุต้นยางนาเก่าแก่โค่นล้มทับบ้านเรือนชาวบ้าน ในเขตพื้นที่ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี ซึ่งเป็นผลมาจากแรงลมพายุกระโชกทำให้ต้นยางนาขนาดยักษ์ ล้มทับสร้างความเสียหายในช่วงหัวค่ำวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายบรรจง สมบูรณ์ชัย หรือ หมอต้นไม้ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า จากการเข้าสำรวจเช้านี้ พบว่ามีต้นยางนาล้มโค่นลงมาสร้างความเสียหายใน 2 จุด คือ บริเวณบ้านต้นเหว หมู่ 7 พบยางนาหมายเลขต้น 334 ความสูงประมาณ 40 เมตร ล้มลงมารากโผล่งัดถนนขึ้นมาทับบ้านเรือนของประชาชนเสียหาย 2 หลัง หลังแรกโรงรถถูกต้นยางนาถล่มทับ ทำให้รถยนต์กระบะ และรถเก๋งที่จอดไว้รวม 3 คันเสียหายหนัก ส่วนบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน กิ่งใหญ่ของต้นได้ทับลงมาบริเวณห้องครัว และห้องเก็บของ ทำให้หลังคา ฝ้า และเพดานบ้านเสียหายอย่างหนัก พร้อมกันนี้ต้นยางนายังได้ดึงเกี่ยวเสาไฟฟ้าล้มลงมา 3 ต้น สายไฟฟ้าแรงสูงพาดคาอยู่ภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้ไฟฟ้าดับตั้งแต่เมื่อคืนต่อเนื่องถึงเช้าวันนี้ เจ้าของบ้านไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะเกรงจะถูกไฟดูด

ส่วนอีกจุดอยู่ที่บริเวณ ต้นยางนาหมายเลข 384 บ้านศรีโพธิ์ หมู่ 5 ตรงข้ามร้านขายของญี่ปุ่นมือสอง ต้นยางนาความสูงประมาณ 20 เมตร แต่เป็นต้นใหญ่กว่าจุดแรก โค่นล้มลงมาฟาดใส่บ้านปูนสองชั้นได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีคนเจ็บ

นายบรรจง กล่าวว่า จากการตรวจสภาพต้นยางนา ในจุดแรกหมายเลขต้น 334 นั้น เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำการรักษาต้นไม้ต้นนี้ พบว่าใน 1ต้น จะมี 2 ง่าม กิ่งที่แผ่ลงมามีลักษณะฉีก เราใช้สลิ้งค์รับไว้ และพบปัญหาว่า ลำต้นข้างในเป็นโพรงยาวประมาณ 10 เมตร ภายในต้นไม่มีแกน เป็นต้นที่สูงยาวกว่า 40 เมตร สภาพไม่สมบูรณ์ และจากที่ล้มลงมาเราพบว่ารากของต้นนี้กุดไปด้านหนึ่ง มาเจอลมแรงจึงทำให้ล้มทั้งยืน ตรวจดูแล้วครั้งนี้คงไม่รอดถึงนำตั้งขึ้นมาก็รักษาไว้ไม่ได้ จึงต้องตัดออก ส่วนอีกต้นจะเป็นต้นใหญ่แต่สูงไม่มาก ถูกตัดแต่งไปแล้ว 1 รอบ ปัญหาของต้นนี้คือ รากม้วนกลับ เข้าไปฝั่งบ้านของประชาชนไม่ออกไปทางถนน ทั้งสองจุดเราพบว่าโครงสร้างดินเป็นดินร่วน โดนลมแรงมาก จึงงัดผิวถนนขึ้นมา

“ตอนนี้เราพบว่ามีต้นยางอีกประมาณ 400 ต้นในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงเขตพื้นที่จังหวัดลำพูน ที่มีความสุ่มเสี่ยงจะโค่นล้มช่วงพายุฝน เฉพาะที่ต้องรับการรักษาระบบรากที่ไม่สมบูรณ์มีประมาณ 100 ต้น บางส่วนลำต้นเป็นโพรงผุ แต่ทั้งหมดนี้ที่ผ่านมาเราศึกษาจากการสังเกตได้ด้วยสายตาเท่านั้น ตอนนี้ทางหมอต้นไม้ได้หารือไปยัง อบจ.เชียงใหม่ เพื่อจะขอรับการสนับสนุนในการจัดซื้อเครื่องสแกนจากต่างประเทศเข้ามาโดยเร็ว ซึ่งบ้านเรายังไม่มีและราคาสูงหลายแสนบาท เครื่องดังกล่าวจะสามารถตรวจสอบเห็นถึง ลักษณะของโพรงลำต้นที่ผุ และเห็นไปถึงระบบรากของต้นไม้ว่าสมบูรณ์หรือไม่ เพื่อจะได้ทำการรักษาโดยการฉีดซิลิโคน และวิธีต่างๆ ที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาต้นไม้ต่อไป” นายบรรจง กล่าว

อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุลมแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา อาทิ วัดพระนอนแม่ปูคา ที่หลังคาและกำแพงวัดพังถล่มลงมาได้รับความเสียหายอย่างหนัก อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและเร่งซ่อมแซม

ช่วงบ่าย พ.ต.มนัส กันทะมา สัสดีจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายเลอยศ พุทธชิโนรสสกุล นายอำเภอสารภี นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.33 และฝ่ายปกครอง เข้าเคลียร์พื้นที่และช่วยเหลือชาวบ้าน ที่บ้านเรือนถูกต้นยางนาเก่าแก่และสูงใหญ่ ล้มโค่นทับบ้านและทรัพย์สินเสียหายรวม 5หลัง จากเหตุการณ์ลมพายุกระโชกแรงเมื่อ 20.00 น.วันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดถนนใกล้จุดเกิดเหตุในเขต บ้านต้นเหว ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี เพื่อให้รถเครนและรถซ่อมจ่ายไฟเข้าไปดำเนินการตัดต้นไม้และซ่อมสายไฟฟ้า

นายอำเภอสารภี เปิดเผยว่า การช่วยเหลือประชาชนในขั้นแรกต้องมาดูกันว่าทางราชการจะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับเหตุวาตภัยและต้นยางนาล้มมีระเบียบอะไรบ้าง แต่ในชั้นนี้กรณีที่มีเหตุความเสียหายจากเหตุสาธารณภัย ทางเทศบาลสามารถให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของระเบียบ แต่ถ้ามากกว่านั้น คือในเรื่องของการเยียวยา อาจเป็นเรื่องที่ทางผู้บังคับบัญชาอาจใช้สิทธิ์ในการที่จะดำเนินการหรือหากมีกองทุนส่วนไหนที่พอจะดูแลพี่น้องประชาชนก็ควรจะต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งในส่วนนี้จะต้องรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเราจะได้มีการประชุมหารือกันในเรื่องของความปลอดภัย 

“ทางอำเภอก็ตระหนักเป็นอย่างมากว่า ถ้าหากเกิดเหตุต้นยางล้มมีเหตุวาตภัยขึ้นอีก อาจมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งตรงนี้จะมากกว่าการเข้าไปเยียวยาทรัพย์สิน เบื้องต้นจากบ้าน รถ และตึก  เราประเมินความเสียหายครั้งนี้ว่าน่าจะหลักล้านขึ้นไป แต่ยังนับว่าโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวตหรือบาดเจ็บ” นายเลอยศ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน