เปิดจวนผู้ว่าฯ ‘เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์’ พาชมสวนครัว-โรงเลี้ยงไก่ ความมั่นคงทางอาหาร ทางรอดยุคโควิด-19 ทางเลือกแก้หมอกควัน-ไฟป่า

‘เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์’ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ฝ่าภารกิจมากมายในช่วงประเทศไทยเกิดปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาด เพราะชาวเชียงใหม่ต้องผจญกับปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ที่สร้างมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนนานหลายเดือน แโดยยังไม่รวมภัยแล้งที่กำลังจะตามมาในอนาคต

เจริญฤทธิ์ พาชมสวนครัวรั้วกินได้ พร้อมอธิบายว่า นี่คือ สิ่งที่คนไทยมีมาเนิ่นนาน และติดตัวตนเองมาตลอด เพราะไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน ก็ชอบปลูกผักไว้กินเสมอ

หากแต่ว่า วันนี้ มีชื่อเรียกใหม่ว่า 1 ครัวเรือน 1 แปลงผัก 1 เสวียน เพื่อมุ่งสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารและลดหมอกควัน ตามโครงการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 90 วัน ที่ อาทร พิมชะนก พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ ต้องการนำนโยบายมาต่อยอด สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกบ้านทุกครัวเรือน และทุกชุมชนของ 25 อำเภอ 

ผมว่านี่คือเรื่องที่..ถูกต้องที่สุด เป็นเรื่องจริงที่ทำขึ้นหลังบ้าน ปลูกทุกอย่าง อยากกินอะไรก็ปลูกสิ่งนั้น ยิ่งยุคนี้ไม่ได้ออกไปไหน หลังบ้านของพวกเราพร้อมอยู่แล้ว ก็ลงมือได้เลย

เมื่อประเทศไทยต้องมาเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus Diseasa 2019 หรือ COVID-19 นอกจากความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องชะลอตัวลง แรกๆ เกิดเป็นความตื่นตระหนกของประชาชนที่เกรงว่าสินค้าอุปโภค-บริโภค จะขาดแคลน

จังหวัดเชียงใหม่ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อเป็นทางออกและทางเลือกให้กับประชาชน โดยกำหนดการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 90 วัน ‘1 ครัวเรือน 1 แปลงผัก 1 เสวียน’ มุ่งสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารและลดหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ไปพร้อมๆ กัน โดยจะขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน นับตั้งวันที่ 1 เมษายน – วันที่ 30 มิถุนายน 2563 

สำหรับชาวบ้าน เจริญฤทธิ์ บอกว่า ทำเถอะครับ ลงมือเลย หลังบ้าน ข้างบ้าน เรามีพื้นที่เหลืออยู่แล้ว ปลูกในยางรถยนต์ ในกระถางก็ได้ พืชผักที่ได้ปลอดสารพิษแน่นอน เพราะเราปลูกเองกินเองไม่ต้องไปซื้อหา ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่พอ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี เรามีปุ๋ยจากเศษใบไม้ของเราเอง  

“แต่การจะพัฒนาใครเขา ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เพื่อทำเป็นต้นแบบ และกระตุ้นลงไปสู่ครัวเรือนของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ว่า ขนาดบ้านผู้ว่าฯ ยังทำ สิ่งเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเรามาตั้งแต่เกิด โดยส่วนตัวผมชอบอยู่แล้ว ทำมาเรื่อยๆ ก่อนที่พัฒนาการจังหวัดจะทำโครงการด้วยซ้ำ ดังนั้นบ้านผมเลยเป็นต้นแบบได้เลย” 

ใครผ่านไปมา จะมองเข้าไปเห็นภาพสนามหญ้าด้านข้างและหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ว่า ขณะนี้..งดงามไปด้วยต้นไม้ใบเล็กใบน้อยสีเขียวชะอุ่ม ใบโหระพา สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง มะเขือ ผัดสลัด ผักเซียงดาที่กำลังทอดยอดเลื้อยขึ้นไปบนรั้วไม้ไผ่ ต้นตะไคร้ และโรงเลี้ยงไก่ ชวนให้ชื่นใจและนึกถึงความหลังครั้งเยาว์วัยในชนบท แต่นี่อยู่กลางเมือง กลางจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่..เชียวนะ

“ผมชอบรับประทานผัก ก็ปลูกไว้กินประจำ ไม่มีเวลาก็หาเมล็ดพันธุ์มา แล้วให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่พักอยู่ด้วยกันช่วยดูแล ส่วนใหญ่จะปลูกผักที่ใช้กินกับลาบ แปลงนี้หมดก็สลับไปแปลงอื่น หมุนเวียนกันไป ปลูกเพิ่มเรื่อยๆ คือ อยากกินอะไรก็ปลูกอันนั้น ดีใจเวลาได้กินผักที่เราปลูกไว้เอง ปลอดสารเคมีแน่นอน”

ส่วนไก่ที่เลี้ยง เจริญฤทธิ์ บอกว่า ขอมาจากปศุสัตว์ เน้นพันธุ์ไข่ อร่อยกว่าซื้อนะ เพราะเราเลี้ยงเขาให้เดินหากินแบบสบายใจ ไม่เครียด ดีต่อเขา ดีต่อเรา มีอยู่ 5 ตัว น่ารักดี เดินไปเดินมา เรามองดูก็สบายใจหายเครียดไปด้วย

นอกจากแปลงพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ และโรงเลี้ยงไก่แล้ว ที่นี่ยังมี ‘เสวียน’ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่อยู่คู่กับเกษตรกรไทยมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ ตั้งแต่สมัยยังไม่มีสารเคมีโน่นเลย แม้ปัจจุบันจะยังเห็นได้ทั่วไปในชนบทแต่ก็น้อยลงทุกที 

เสวียน คือ การนำไม้ไผ่มาเหลาเป็นแผ่นๆ แล้วนำมาสานเป็นวงกลม จากนั้นนำไปครอบโคนต้นไม้ไว้ แต่ที่เราเห็นนี้คือ การสร้างเสวียน เพื่อเก็บใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมา แล้วไม่ต้องเผาจนเกิดมลพิษ แต่หมักไว้เป็นปุ๋ย  เพื่อลดหมอกควันและกำจัดขยะไปด้วยในตัว

นี่คือ วิถีคนไทย วิถีที่คงต้องนำกลับมาใช้อย่างจริงจังอีกครั้งในยุคที่มีคำเตือนจากภัยธรรมชาติ ภัยจากโรคร้าย จนเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของมวลมนุษยชาติ

จินตนา กิจมี เรื่อง / สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน