ข่าวด่วน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เตรียมรองรับการกลับมาให้บริการของสายการบิน เน้น มก.ป้องกันสุขอนามัย-เว้นระยะห่างทางสังคมเคร่งครัด

วันที่ 30 เมษายน 2563 นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานย่อยศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานฯ ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง 

ทั้งนี้ที่ประชุมมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการปฏิบัติ เพื่อรองรับการให้บริการของสายการบินในเส้นทางการบินภายในประเทศในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีสายการบินที่จะให้บริการ 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท ในเส้นทางดอนเมือง สุวรรณภูมิ และหาดใหญ่ 

ทั้งนี้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และมีอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.3 องศาเซลเซียส ซึ่งในส่วนของผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานเชียงใหม่จะดำเนินการตรวจคัดกรองตั้งแต่ก่อนเข้าอาคารผู้โดยสาร โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิแบบเทอร์โมสแกน ที่ประตูทางเข้าหมายเลข 3, 5 และ 6 ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าทุกคนจะคัดกรองด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน และปฏิบัติตามมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่กำหนด 

นอกจากนี้ในทุกขั้นตอนการให้บริการ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีการจัดระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการตรวจ X Ray บุคคลและสัมภาระ การตรวจบัตรโดยสาร การซื้อสินค้าบริการ การใช้พื้นที่พักคอยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และการเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาท่าอากาศยานเชียงใหม่ตระหนักถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยได้เพิ่มความถี่การทำความสะอาดพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร และเขตปฏิบัติการเขตการบิน โดยเฉพาะจุดที่ผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่ต้องสัมผัสใช้งาน รวมทั้งได้ดำเนินการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อพร้อมให้บริการ ขณะที่ผู้ประกอบการต่างๆ อาทิ ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนรถรับจ้างสาธารณะ ก็จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการเช่นกัน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน