เชียงใหม่ดึงบทเรียนญี่ปุ่น-สิงคโปร์ เทียบเคียงเฝ้าระวังแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก2

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นพ.ธนชล วงศ์หิรัญเดชา นายแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน ด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดว่า ไม่มีคนไข้ ยัง 0 ราย ติดต่อมาหลายวันแล้วเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ จำนวนผู้ป่วยคงเดิม 40 ราย ในขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อสามารถกลับบ้านได้แล้ว 31 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 8 ราย ส่วนผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง จำนวน 1,278 ราย กลับบ้านแล้ว 1,230 ราย คงเหลือ 48 ราย สถานการณ์ภาพรวมของเชียงใหม่ค่อนข้างดี แต่ตัวเลขผู้เฝ้าระวังยังมีจำนวนมากอยู่เรื่อยๆ จึงต้องเข้มงวดและเฝ้าระวังไปก่อน

“วันนี้มีการถอดบทเรียนการระบาดโควิด-19 รอบ 2 ในประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีการเดินทางโดยรถไฟฟ้า ซึ่งควบคุมการหนาแน่นลำบาก และทำงานในสำนักงานที่หนาแน่น มีการไปดื่มสังสรรค์หลังเลิกงาน ทำให้มีความหนาแน่นเยอะ เพราะล้ากับการเว้นระยะห่าง ในขณที่สิงคโปร์ มีหอพักคนงานต่างด้าวที่อยู่อาศัยรวมกันหลักหมื่นคนจึงค่อนข้างแออัด เมื่อกลับมาจากต่างประเทศไม่ทำการกักตัวในบ้าน เพราะล้าต่อมาตรการ Socialdistancing เหมือนญี่ปุ่น จึงกลับมาปฏิบัติตัวแบบเดิม ทำให้พบการระบาดในบ้านพักคนชราที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และศูนย์เด็กเล็กที่อาจจะไม่แสดงอาการแต่สามารถที่จะแพร่โรคให้กับผู้ใหญ่ในครอบครัวได้ และสุดท้าย 20% ยังมีการทำงานบริการอย่างต่อเนื่อง และไม่ใส่หน้ากากอนามัย” 

นพ.ธนชล กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ของสองประเทศ จึงมีข้อแนะนำมาเสนอแนะสำหรับชาวเชียงใหม่ คือ การเตรียมสถานที่กักตัวไว้ 4 แห่ง เพื่อรองรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างปรเทศ และพื้นที่เสี่ยงของการระบาด เฝ้าระวังกลุ่มคนอาศัยในจุดหนาแน่น เช่น โรงงาน แคมป์ เรือนจำ มีการประเมินความเสี่ยงและวางมาตรการ ศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งโชคดีขณะนี้ยังไม่เปิดเรียน ส่วนบ้านพักผู้สูงอายุ มีการประเมินความเสี่ยงและวางมาตรการเรียบร้อยแล้ว สำหรับการผ่อนคลายเพื่อลดความเครียดในชุมชนเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและเน้นย้ำการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น ด้วยการลดการแออัด มีมาตรการต่อรถสาธารณะ ทั้งจุดขึ้นรถและภายในรถที่ต้องมีการเว้นระยะห่าง

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน