ผู้ว่าฯสั่งชุมชนขายใบไม้1หมื่นตันต่อปี สร้างรายได้ นำร่องมอบเตาเผาถ่านคาร์บอน สกัด ‘หมอกควัน’ปีหน้า

วันที่ 28 เมษายน 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการคณะทำงานศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ประชุมรายงานว่า สถานการณ์หมอกควันไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่คลี่คลายแล้ว ไม่พบจุดความร้อน หรือ Hotspot แม้แต่จุดเดียวในทุกพื้นที่ เนื่องจากฝนตกกระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มลพิษหมอกควันลดลงอย่างมาก คาดหมายลักษณะอากาศระหว่าง 28 เมษายนถึง 4 พฤษภาคม 2563 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและหลังจากนั้นอากาศจะร้อนขึ้น และจะปิดศูนย์ฯ ในวันที่ 30 เมษายน 2563 

ทั้งนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเชียงใหม่ รายงานว่า ได้ขึ้นบินทำฝนหลวงในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่และน่าน  เกิดฝนตกบางแห่งและเข้าปฏิบัติการยับยั้งลูกเห็บในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 

ในขณะที่ผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยหมอกควันข้ามแดน เดิมจะจัดประชุมเดือนมิถุนายนนี้ แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากสถานการณ์โรค COVID-16  อย่างไรก็ตามระยะนี้ทั้งเมียนมา ไทยและลาว พบจุดความร้อนกว่า 100 จุด แต่ไม่พบหมอกควันปกคลุม การแจ้งเตือนได้ลดระดับลงเหลือเป็นระดับกลาง และจะลดสู่ระดับปกติต่อไป โดยจะลดความเข้มข้นของมาตรการลง แต่จะขยายผลสู่การวิจัย เพื่อนำมาตรการไปสู่การปฏิบัติ เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมที่ปฏิบัติได้จริง ประสิทธิภาพของการลดหมอกควันและฝุ่นละออง และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม  โดยได้เชิญนักวิจัยมายื่นข้อเสนอโครงการต่อไป

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า ขอ​หน่วยงานรัฐสนับสนุนและให้หาเทคโนโลยีบริหารจัดการเชื้อเพลิงนอกจากการเผา  เช่น การทำปุ๋ยหมัก หรืออัดใบไม้ขาย โดยเฉพาะป่าเต็งรัง เนื่องจาก 1 ใน 3 ของพื้นที่ไฟไหม้เกิดในป่าเต็งรัง ทั้งในเขตป่าอนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติ โดยให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ติดตามกรณีมีผู้พร้อมรับซื้อใบไม้กิโลกรัมละ 2 บาท จำนวน 1 หมื่นตันต่อปี ซึ่งหากจำหน่ายได้ก็จะเป็นรายได้เข้าหมู่บ้านถึง 20 ล้านบาท และลดจำนวนเชื้อเพลิงลงด้วย นอกจากนี้ยังขอให้ทำงานอย่างต่อเนื่องกับประชาชน  หามาตรการป้องปราม ไม่ให้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะ 

ในขณที่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เพื่อติดตามแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำให้อำเภอได้ปฏิบัติตามมาตรการจังหวัดอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ไม่กระทบต่อค่าคุณภาพอากาศ และสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ได้มอบเตาเผาถ่านคาร์บอน จากเศษใบไม้ วัชพืช ให้อำเภอแม่แจ่ม เพื่อนำร่องในการลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อีกทั้งสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านควบคู่กัน โดยจะขยายผลสู่อำเภออื่นๆ ต่อไป และจะทำการมอบเตาเผาถ่านคาร์บอนให้อีก 24 อำเภอในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 29 เมษายน 2563 นี้

จากการรายงานอำเภอแม่แจ่ม มีไร่ข้าวโพดและข้าวไร่ 120,000 ไร่ เผาไปแล้ว 30% ยังเหลืออีก 89,000 ไร่ ที่ยังรอการเผา แต่จากการบินสำรวจพบว่าส่วนใหญ่จัดการแล้ว คาดว่าเชื้อเพลิงไม่น่าจะถึง 89,000 ไร่ โดยได้มอบหมายนายอำเภอให้ประสานผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ผู้ที่จะเผากรอกแบบฟอร์มขออนุญาตพร้อมหมายเลขโทรศัพท์เพื่อง่ายต่อการติดตามตัว

ช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต. จิรเดช กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า  พร้อมคณะตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทีม UAV หรือ อากาศยานไร้คนขับ เพื่อใช้ในการบินลาดตะเวนตรวจจุดความร้อนในห้วงที่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือ ณ กองบิน  41 จังหวัดเชียงใหม่ โดย พ.ต.จิตรกร   พุกเนียม ผบ.ชุดอากาศยานไร้ขนขับ กล่าวว่า กองทัพบก ส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบ Hermes 450 สนับสนุนภารกิจให้กับกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2563 จนถึงปัจจุบันได้ขึ้นบินลาดตะเวนตรวจจุดความร้อน จำนวน 6 วัน  รวม 30.45 ชั่วโมง ตรวจพบจุดความร้อน 152 เป้าหมาย โดยอากาศยานไร้คนขับ Hermes 450 สามารถปฏิบัติการได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีเพดานบินสูงสุด 18,000 feet บินได้นาน 18 ชั่วโมง พิสัยปฏิบัติการ 250 กิโลเมตร น้ำหนักระบบ 345 กิโลกรัม สามารถวิ่งขึ้นด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดได้ 490  กิโลกรัม

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน