เชียงใหม่ไม่พบผู้ติดเชื้อ10วันแล้ว ท้องถิ่นแจกเบอร์โทรศัพท์ ประสานช่วยแจกอาหารลดการรวมตัว เผาแล้วคุณป้าวัย65ปี หลังติดไวรัส ‘Covid-19’เสียชีวิตรายแรกในพื้นที่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดว่า ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่อง 10 วันแล้ว ทำให้ยอดสะสมคงที่ 40 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย กลับบ้านได้แล้ว 24 ราย เสียชีวิตคงเดิม 1 ราย 

ด้าน นายสมชาย เกตะมะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น กล่าวว่า การอำนวยความสะดวกสำหรับผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอาหารหรือสิ่งของแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีผู้จิตศรัทธาออกมาช่วยรัฐบาลดูแลประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอบคุณแทนประชาชน แต่น่าห่วงเพราะมีการรวมตัวกันมากในแต่ละจุด อาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น ทางจังหวัดจึงขอให้ท้องถิ่นเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกส่งของให้ประชาชนถึงยังครัวเรือน โดยไม่ต้องออกมารวมตัวกัน หรือหากต้องการบริจาคเองท้องถิ่นจะจัดรถให้ไปถึงครัวเรือนโดยตรงหากมีของบริจาคไม่มาก แต่หากของที่ต้องการบริจาคมีจำนวนมาก อยากให้นัดหมายสถานที่เป็นครั้งคราวในบริเวณที่ใกล้ที่พักอาศัยของประชาน และรองรับครั้งละไม่เกิน 100 คน ตามนโยบายการเว้นระยะห่าง โดยท้องถิ่นสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบไว้แล้ว ทั้งชาวไทยและต่างด้าวเพื่อการแจกจ่ายได้ครบถ้วน 

นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ขออนุญาตเป็นตัวแทนเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อประชาชน สำหรับผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอาหารหรือสิ่งของแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ขอให้แจ้งมาเพื่อเราจะดำเนินการแจกจ่ายให้ และถ่ายรูปเป็นหลักฐานไปให้ แต่หากต้องการจะไปเองก็พร้อมประสานพาไปยังชุมชนที่ขาดแคลนและไม่ทับซ้อนกัน ขณะนี้เป็นการต่างฝ่ายต่างทำซึ่งอาจไม่ทั่วถึง แต่กรณีมีความประสงค์อยากทำหน้าบ้านหรือร้านอาหาร ขอให้แจ้งมายังเทศบาลฯ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และแจ้งจำนวนที่ชัดเจนเพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่มารวมตัวกันเกินจำนวน โดยขอให้ประสานมายังเบอร์โทรศัพท์ 3 หมายเลข 088-2671325, 089-9518557, 063-6619951 เพื่อนำข้อมูลติดป้ายประชาสัมพันธ์รอบคูเมืองและจุดที่ประชาชนเห็นได้ชัดเจน

ในขณะที่วันเดียวกันนี้ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะตรวจเยี่ยมจุดตรวจบูรณการร่วมคัดกรองการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่บริเวณหน้าโครงการร้อยใจรักษ์ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นด่านตรวจคัดกรองบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่จังหวัดเชียงรายเข้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอแม่อาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์ให้ทราบ

นายรัฐพล กล่าวว่า เป็นการมาให้กำลังใจ สอบถามปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนให้คำแนะนำและกำชับให้ดำเนินการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น บันทึกข้อมูลผู้ที่ผ่านเข้าพื้นที่โดยละเอียด เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมโรคได้โดยเร็ว สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ในวันนี้ รวม 6 จุด ประกอบด้วย จุดตรวจฯ บริเวณด้านหน้าโครงการร้อยใจรักษ์ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จุดตรวจ ต.แม่สาว อ.แม่อาย จุดตรวจบริเวณด้านหน้า อบต.เวียง อ.ฝาง จุดตรวจ ต,ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จุดตรวจบ้านถ้ำ ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว และจุดตรวจแก่งปันเต๊า ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

เวลา 12.40 น. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เคลื่อนย้ายศพหญิงวัย 65 ปี ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสียชีวิตเป็นรายแรกของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 เมษายน  2563 ที่ผ่านมา มายังเมรุเผาศพภายในวัดลัฏฐิวัน หรือวัดพระนอนขอนตาล อำเภอแม่ริม เพื่อทำพิธีฌาปนกิจ โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสวมชุดป้องกันการติดเชื้ออย่างมิดชิด ก่อนลำเลียงโลงศพที่บรรจุร่างซึ่งถูกคลุมด้วยพลาสติกอย่างหนาแน่นลงจากรถและนำเข้าเตาเผาทันที มีเพียงญาติสนิทมายืนส่งศพอยู่ห่างๆ โดยขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

หลังเสร็จพิธีฌาปนกิจศพหญิงวัย 65 ปีแล้ว ทางญาติได้เดินมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่ศาลาของวัดฯ เพื่ออุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ขณะที่ทางวัดได้มีการติดตั้งตู้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไว้ด้านหน้าศาลา รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทุกครึ่งชั่วโมง ภายในศาลาวัดที่ใช้ประกอบพิธี เพื่อสร้างความมั่นใจให้พุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ และมาร่วมพิธีเผาศพไม่มีญาติที่วัดด้วย 

สำหรับหญิงอายุ 65 ปี รายนี้ เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา และตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 18 มีนาคม จากนั้นจึงได้ย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ โดยช่วงแรกผู้ป่วยมีอาการปอดบวม แพทย์จึงให้ยาต้านไวรัสหลายชนิด แต่ระหว่างที่นอนรักษาตัว ผู้ป่วยมีปัญหาโรคประจำตัวคือไตวายเรื้อรังกำเริบ แพทย์จึงต้องผ่าตัดใส่สายยางเพื่อฟอกไตตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาที่โรงพยาบาล จากนั้นอาการของผู้ป่วยก็ทรงตัวเรื่อยมา กระทั่งเกิดอาการแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว และติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้อาการทรุดลงและเสียชีวิตเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่13 เมษายนที่ผ่านมา

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน