ข่าวด่วน

ตร.สืบสวนภาค5บุกจับ2รายซ้อน สาวประเภทสองขายหน้ากากอนามัยแพง-อีกรายหนีมาซ่อนกุฏิวัด หลอกขายเจลล้างมือออนไลน์แต่ไร้สินค้า เหยื่อสูญเงินเกือบ2แสน

วันที่ 16 เมษายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  จับกุมนายปาณกรุณ เอกภัทรกาญขน์ อายุ 33 ปี ชาวอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ จำนวน 250 ชิ้น โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากการขยายผลจากคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดอุดรธานี จับกุมผู้ต้องหาหลอกขายหน้ากากอนามัยในราคาแพงและสืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ซื้อหน้ากากอนามัยจากจังหวัดเชียงใหม่ จึงสืบสวนจนทราบแหล่งซื้อขาย ก่อนจะติดต่อขอซื้อหน้ากาก 250 ชิ้น ในราคา 3,750 บาท เฉลี่ยชิ้นละ 15 บาท 

แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหาไม่ยอมให้การใดๆ และไม่ยอมซัดทอดถึงแหล่งที่มาของหน้ากากอนามัยที่นำมากระจายจำหน่าย  เจ้าหน้าที่จึงข้อหา จำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร อันเป็นความผิดตามพรบ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ส่วนอีกคดี ชุดสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธภาค 5 นำหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ บุกจับกุมนายษดาภู อาจการณ์ หรือ ภู หรือ ทัวร์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท ผู้ต้องคดี ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน  ภายในกุฎิของวัดแห่งหนึ่งในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ หลังสืบทราบว่านายษดาภู หนีมากบดานที่วัดดังกล่าวโดยคดีนี้มีเจ้าทุกข์หลายรายเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังติดต่อซื้อหน้าเจลล้างมือ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ษดาภู” โพสต์ขายเจลล้างมือในราคาถูกกว่าท้องตลอด แต่เมื่อสั่งซื้อและโอนเงินไปกลับไม่ได้สินค้า และหลังจากผู้เสียหายติดตามทวงถามก็ปิดเฟซบุ๊กหนี เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 5 – 6 ราย รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 2 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายรายหนึ่งที่ตกงานจากวิกฤตโควิด-19 นำเงินเก็บส่วนตัวจำนวน 8 หมื่นบาท มาลงทุนสั่งซื้อเจลล้างมือจากนายษดาภูเพื่อนำมาขายต่อ แต่สุดท้ายไม่ได้สินค้าและยังต้องสูญเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปด้วย

ขณะที่นายษดาภู สารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นพนักงานขายโทรศัพท์ แต่ตกงานจนไม่มีเงินใช้จ่าย จึงคิดหาวิธีหาเงินโดยอาศัยช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะตลาดมีความต้องการเจลล้างมือจำนวนมาก จึงไปดึงภาพจากโซเชียลมีเดียมาโพสต์ขายในเฟซบุ๊ก ตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาด มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินมาให้เกือบ 2 แสนบาท ก่อนจะปิดเฟซบุ๊กแล้วหนีมากบดานที่วัดได้นานกว่า 2 เดือนแล้ว กระทั่งถูกตำรวจตามจับตัวได้ในที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์ ผู้กำกับการสืบสวน 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ฉวยโอกาสในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โพสต์ขายสินค้า เช่น เจลล้างมือ ในราคาถูกจนมีประชาชนหลงเชื่อ เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำเพียงคนเดียวเพราะตกงาน และจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยติดคุกในคดีลักทรัพย์ โดยนำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปรูดขายสินค้า ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ได้รับการอภัยโทษ เหลือ 10 เดือน  และหลังพ้นโทษออกมาเมื่อปลายปี 2562 ก็กลับมาก่อเหตุหลอกลวงประชาชนอีก

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน