จนท.สนธิกำลังลาดตระเวนอุทยานฯศรีลานนา จับพรานได้1พร้อมซากสัตว์ป่า-อาวุธ ไล่ล่าเพื่อนร่วมขบวนการอีก2 ส่วนคดีเผาป่าเชียงดาวศาลลงโทษแล้ว จำคุก2ปี ปรับ4.3แสน

คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ฯที่ศล.6 (ห้วยกุ่ม) ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันเเละปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้เเละเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า โดยใช้ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ท้องที่บ้านแม่โจ้ ม.1 ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2563 ในขณะที่ลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าชุมชนบ้านแม่โจ้ ท้องที่บ้านแม่โจ้ ม.1 ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ตรวจพบกลุ่มบุคคล รวม 3 คน กำลังตีผึ้งเพื่อเอารังผึ้งและน้ำผึ้ง จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้ความพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายวุยแหล่ จะฟะ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 157 ม.12 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แต่อีก 2 คน อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบ ปืนแก๊ปยาว จำนวน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน ซากหมูป่า จำนวน 1 กิโลกรัม ซากกระรอกท้องแดง จำนวน 1 ตัว รังผึ้ง จำนวน 7 กิโลกรัม น้ำผึ้ง จำนวน 10 กิโลกรัม จักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ไฟแช็ค จำนวน 1 อัน และอุปกรณ์ดำรงชีพในป่าจำนวนหนึ่ง 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัว นายวุยแหล่ จะฟะ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 157 ม.12 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่ถูกจับกุมได้ พร้อมของกลาง 17 รายการ ส่ง สภ.แม่แตง ดำเนินคดีใน 6 ข้อหา 1.กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 29 ผู้ใดเก็บหาของป่าหวงห้ามหรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่ของป่าหวงห้ามในป่า ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องเสียค่าภาคหลวง กลับทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต 2.พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ 3.พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(3) ล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ 4.พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(7) นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไป 5.พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(9) ทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ และ 6.พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 20 ฝ่าฝืนประกาศห้ามเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 2 คน มาดำเนินคดีต่อไป

ในขณะที่ ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาโทษจำคุก นายเหล่าหวู่ แซ่ซือ ผู้ต้องหาคดีเผาป่าที่เชียงดาว 4 ปี ความผิดฐานเผาป่า ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 – 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปีปรับ 1,000 บาทโดยไม่รอลงอาญา ให้ชดใช้ค่าเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญเสีย เสียหายเป็นเงิน 439,668 บาท แก่กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงสุขภาพอนามัยของคนในสังคมโดยรวม นับเป็นเรื่องร้ายแรงจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษให้จำเลย

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้บ้านอรุโณทัย หมู่ที่ 10 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบไฟกำลังไหม้ลุกลามในพื้นที่ป่าโดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุด ชรบ.หมู่บ้าน ควบคุมตัวคนเผาไว้ได้

นายเหล่าหวู่ ให้การว่าตนเองได้ใช้ไฟแช็คแก๊สทำการจุดเผาเศษหญ้าและซังข้าวโพดและไฟได้ลุกลามเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นในตัว พบไฟแช็คแก๊สขนาดเล็ก จำนวน 1 อัน อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาตัวที่สวมใส่อยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้และลุกลามเข้าป่าเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ ป่าหญ้า ซึ่งแห้งและเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟจึงได้ลุกไหม้ขึ้นไปยังบนเขาซึ่งเป็นเขาสูงชัน อย่างรวดเร็วและเป็นบริเวณกว้าง และทำการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบป่าเสียหายประมาณ 10 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐ (อยู่ระหว่างดำเนินการคิดค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายพื้นที่ป่าไม้) ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว และเขตอุทยานแห่งชาติผาแดง สอบถามแล้วผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้จุดไฟเผาไร่ข้าวโพดของตน และไฟได้ลุกลามไหม้ป่าจริง 

และศาลจังหวัดเชียงใหม่ ตัดสินลงโทษในคดี นายเรวัติ สิงคำ อายุ 42 ปี ข้อหาลักลอบเข้าไปในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย บ้านลีซูใหม่สัมพันธุ์ ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว พร้อมของกลาง เป้ 1 ใบ น้ำผึ้งป่า 6 ขวด และไฟแช็ค 1  อัน หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดจุดความร้อนในพื้นที่จึงเข้าไปลาดตระเวน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 15 วัน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี  และให้ชำระค่าสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน