แถลงจับมือเผาป่าเพิ่ม3ราย อ้างแค่เข้าไปเที่ยวไม่คิดไฟจะไหม้ หมอกควันไฟป่าเชียงใหม่ดีขึ้น หลังมีลมพัด-ฝนตกบางพื้นที่

เมื่อเวลา 12.00 น​. วันที่ 14 เมษายน 2563 ที่ สภ.แม่แตง นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พล.ต.สืบสกุล บัวระวงศ์  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 และ พล.ต.ต.พิเชษฐ จิระนันตะสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาพร้อมแถลงข่าวผลการจับกุมนายประดิษฐ์ ทองเหลือ อายุ 60 ปี ชาวอำเภอแม่ริม และนายเปา  เลาหาง อายุ 53 ปี  ชาวอำเภอเชียงดาว หลังจากทั้งคู่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ ขณะลักลอบเข้าไปเผาป่า 

โดยนายประดิษฐ์ ถูกจับกุมได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาหลังลักลอบเข้าไปหาของป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา -แม่แสะ อำเภอแม่แตง  ให้การว่าตนเองเป็นชาวบ้านในอำเภอแม่ริม แต่มาแต่งงานอยู่กินกับภรรยาในหย่อมบ้านใกล้กับเขตป่าดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุในช่วงบ่ายได้ลักลอบเข้าไปในป่าแล้วครั้งหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ พบเห็นเสียก่อน จึงตักเตือนและแจ้งให้กลับบ้าน กระทั่งช่วงเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา นายประดิษฐ์ ได้ลักลอบเข้าไปในป่าอีกครั้งเพื่อหาของป่า โดยได้ยืมปืนแก๊ปยาวของเพื่อนบ้านไป เพื่อไปล่าอีเห็น แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน ระบุซ้ำว่า ความจริงแค่เข้าไปเที่ยวในป่า ส่วนไฟแช็คก็มีไว้เพื่อสูบบุหรี่เท่านั้น โดยขณะเข้าไปในป่าและกำลังสูบบุหรี่ก็เห็นไฟลุกไหม้ป่าแล้ว

ส่วนรายที่ 2 นายเปา เลาหาง อายุ 53 ปี  ถูกทหารชุดเฉพาะกิจ ฉก.ม.4  ที่ออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันเเละปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ เละเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า จับกุมได้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาวและในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ขณะกำลังแผ้วถางป่า บริเวณป่าทิศตะวันออกบ้านห้วยลึก ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว ตรวจสอบพบพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 3 ไร่

สำหรับรายที่ 3 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธสัตว์ป่าเชียงดาว และตำรวจ สภ.เชียงดาว จับกุมนายเรวัติ สิงห์คำ อายุ 42 ปี  บริเวณบ้านลีซูใหม่สัมพันธุ์ ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว พร้อมของกลาง เป้ 1 ใบ น้ำผึ้งป่า 6 ขวด และไฟแช็ค 1  อัน  หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดจุดความร้อนในพื้นที่จึงเข้าไปลาดตระเวน กระทั่งพบนายเรวัติเดินออกมาจากป่าจึงควบคุมตัวไว้พร้อมของกลาง โดยนายเรวัติ ถูกนำตัวส่งฟ้องต่อศาลไปแล้วก่อนหน้านี้

ด้านนายเจริญฤทธิ์ ระบุว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ลักลอบเผาป่าทุกราย พร้อมยืนยันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเผาป่า และควบคุมไม่ให้เกิดจุดควบร้อนที่มาจากการเผา ซึ่งมีผลให้ค่ามลพิษทางอากศของจังหวัดเชียงใหม่เกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่าไปแล้ว 28 คดี และล่าสุดจับกุมได้เพิ่มเติมอีก 3 ราย รวมดำเนินคดีเป็น 31 คดี โดยทุกรายมีการขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายอื่นๆได้เพิ่มเติม สำหรับคดีที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ตำรวจกำลังเร่งรวบรวบพยานหลักฐาน โดยเฉพาะการนำพื้นที่การทำประโยชน์ของประชาชนในเขตป่าสงวนที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าที่เกิดเพลิงไหม้มาตรวจสอบ ยืนยันว่าตำรวจจะเร่งดำเนินการเพื่อพิสูจน์ทราบ และติดตามจับกุมผู้ลักลอบเผาป่าอีกหลายร้อยรายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย แยกเป็น ข้อหาเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  และตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่เรื่องกำหนดเขตการควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิดฯ  และข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน (เคอร์ฟิว) ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลฯต่อไป

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ร่วมกับ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยในเช้าวันนี้พบจุดความร้อนในจังหวัดเชียงใหม่เพียง 74 จุด อยู่ในพื้นที่เกษตร ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 2 จุด และลุกลามจากจุดเดิมรอบบ่ายวานนี้ 6 จุด   

สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาและอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นตามลำดับ ปริมาณฝุ่นละอองปกคลุมลดลง แม้จะยังปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดและทั่วทั้งภาคเหนือ โดยสาเหตุเกิดจากการระบายตัวของอากาศในช่วงเช้าไม่ดีมาก แต่ช่วงบ่ายจะเริ่มดีขึ้น

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน