ไฟป่า ‘ดอยสุเทพ-ปุย’สงบแล้ว จุดความร้อนเชียงใหม่ยังสูงต่อเนื่อง อ.เชียงดาว น่าห่วงที่สุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2563 ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมหารือปรับแผนการปฏิบัติงานและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนมากที่สุด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงดาว 41 จุด อำเภอแม่แจ่ม 41 จุด อำเภออมก๋อย 31 จุด อำเภอสะเมิง 24 จุด และอำเภอแม่แตง 23 จุด ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล โดยที่ประชุมรายงานว่า วันนี้เกิดจุดความร้อน หรือ Hotspot จำนวน 279 จุด เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 116 จุด โดยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 145 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 128 จุด เขต สปก. 5 จุด และพื้นที่อื่นๆ 1 จุด 

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า สั่งการให้เพิ่มกำลังชุดลาดตระเวน และชุดดับไฟลงไปในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากคณะอาสาสมัครพญาอินทรีย์ จากองค์กรกลางการสื่อสารเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มาร่วมภารกิจการดับไฟป่าในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำในทุกอำเภอเพิ่มความถี่ในการประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ผ่อนผันทำกินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ที่มีจุด Hotspot สูงที่สุดของวันนี้ โดยให้หารือปรับแผนการทำงาน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และมีไฟเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นที่เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยาก อีกทั้งแหล่งน้ำในพื้นที่ค่อนข้างมีน้อย จึงทำให้การดับไฟในพื้นที่เป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม หากทางอำเภอต้องการร้องขอการสนับสนุนของอากาศยาน สามารถแจ้งมายังศูนย์ฯ จังหวัดได้ทันที 

ส่วน นายคมสัน กล่าวว่า ในเรื่องของการสำรวจพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิงของแต่ละอำเภอให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเร่งรัดการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มข้น และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน ในการสืบสวนขยายผลหาหลักฐานเพื่อติดตามหาตัวผู้ที่ลักลอบเผาป่ามาดำเนินคดีให้ได้ เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดของพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้เผยแพร่สถานการณ์ของหมอกควันไฟป่าที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งในการแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวานนี้ รวม 31 คดี จาก 8 อำเภอ 

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายคมสัน นำคณะบินสำรวจพื้นที่บริเวณวัดพระธาตุดอยคำ และวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ แม้จะคงมีฝุ่นควันสะสมอยู่บ้าง เนื่องด้วยสภาพอากาศยังไม่มีการไหลเวียนของกระแสลมในช่วงเช้า แต่ในช่วงบ่ายจะดีขึ้นจนเห็นดอยสุเทพได้อย่างชัดเจน และไม่ปรากฏการเกิดไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มาหลายวันแล้ว โดยในปัจจุบันหน่วยดับไฟทั้งทางอากาศ และภาคพื้นดินจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนจิตอาสา ต่างร่วมเข้าช่วยกันนำน้ำเข้าไปฉีดพ่น หรือตัดโค่นตอไม้ที่ไม่แข็งแรงหรือยังมีการคุกรุ่นอยู่ไม่ให้เกิดไฟลุกใหม้ขึ้นได้อีก โดยเข้าไปถึงบริเวณที่เคยเกิดไฟป่าเศษตอไม้ เพื่อให้ดับสนิท 100% ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อดอยสุเทพอันเป็นสถานที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นสถานที่ๆคนไทยและชาวต่างชาติให้ความเคารพบูชา ได้มีความสง่างามคู่บ้านเมืองสืบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ดีขึ้นในบางช่วงเวลา แต่อำเภอรอบนอกยังคงสูงเกินค่ามาตรฐานไปมาก และโดยเฉลี่ยดัชนีคุณภาพอากาศระดับโลก จ.เชียงใหม่ ยังครองแชมป์เมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยเช้านี้วัดได้ 196 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน