ข่าวด่วน

รองผู้ว่าฯ สั่งใช้เลื่อยยนต์ตัดและโค่นต้นไม้ที่ติดไฟ-ลุกลามทันที เร่งสำรวจพื้นที่ทำกินราษฎร-วางแผนจัดการเชื้อเพลิง หลังประกาศสิ้นสุดการเผา30เมษายนนี้

วันที่ 5 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เกิดเป็นมลพิษทางอากาศในระดับที่รุนแรง มีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องทุกวันตลอดระยะ2เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่น AirCMI อุปกรณ์เสียไม่สามารถอัพเดทได้  ในขณะที่แอพพลิเคชั่น AirVisual ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่อันตรายทางด้านมลพิษอันดับ1ของโลก มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูง 378 และ 414 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอันตรายต่อประชาชนทุกกลุ่ม เนื่องจากในพื้นที่มีความกดอากาศกดทับลงมา สภาพลมอ่อน ส่งผลให้อากาศไม่ยกตัว เกิดการสะสมของฝุ่นควันมากขึ้น

ขณะที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อน หรือ Hotspot จากระบบ VIIRS ตามข้อมูล GISTDA จำนวน 223 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 126 จุด ป่าอนุรักษ์ 92 จุด และพื้นที่อื่นๆ 5 จุด

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับอำเภอที่เกิดจุด Hotspot สูงที่สุด 5 อำเภอของเมื่อวานที่ผ่านมา คือ อำเภอแม่แจ่ม อมก๋อย สะเมิง แม่วาง และจอมทอง ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินสถานการณ์และวางแผนปฏิบัติงาน พร้อมสั่งการทุกพื้นที่เข้าดำเนินการตรวจสอบและติดตามผลอย่างใกล้ชิด ในส่วนของการแจ้งความดำเนินคดี ได้ดำเนินการแล้วจำนวน 107 คดี ใน 17 อำเภอ

สำหรับสถานการณ์ไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เย็นวานนี้ เกิดขึ้นรวม 5 จุด เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการดับได้ทั้งหมดแล้ว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ บูรณาการกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมปฏิบัติการลาดตระเวน ป้องกัน และดับไฟป่า พร้อมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดกำลังชุดปฏิบัติการลาดตระเวนป้องปรามการลักลอบจุดไฟเผาป่า และตั้งจุดตรวจร่วมป้องกันการเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตลอด 24 ชั่วโมง 

นายคมสัน กล่าวว่า ขอความร่วมมือทั้ง 25 อำเภอ สำรวจพื้นที่ทำกินของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกพื้นที่ เนื่องจากหลังจากวันที่ 30 เมษายนนี้ จะสิ้นสุดการประกาศห้ามเผา อาจจะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงพร้อมกันในทุกพื้นที่ ก่อให้เกิดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพิ่มมากขึ้น ทางจังหวัดจึงได้มีแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยภายในกลางเดือนนี้ให้นายอำเภอทุกอำเภอร่วมประชุมหารือ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในรูปแบบต่างๆ พร้อมเน้นย้ำในเรื่องของการวางแนวทางการดับไฟ โดยการทำแนวไฟเผาชน การใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล กรณีหากพบไฟไหม้ตามลำต้นของต้นไม้ที่มีลำต้นสูง จนไม่สามารถใช้เครื่องสูบน้ำดำเนินการดับได้ ให้สามารถใช้เลื่อยยนต์ในการตัดและโค่นล้มได้ ในกรณีที่ต้นไม้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น โดยให้พิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

ในขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานสั่งการให้ทุกหน่วยงานตรวจเช็คเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อให้พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กำชับให้ทุกอำเภอติดตามและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีจุดใดที่ไม่สามารถเข้าไปดับได้ ขอให้แจ้งมายังศูนย์บัญชาการฯ จังหวัดโดยด่วน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์การตัดสินใจนำอากาศยานเข้าสนับสนุน โดยขณะนี้มีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก ปภ.  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่สามารถขึ้นปฏิบัติการโปรยน้ำได้ทันที และยังเน้นเรื่องการลาดตระเวนป้องปราม ทำแนวกันไฟ ดับไฟป่า ตั้งจุดตรวจ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้รับรู้มาตรการห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาด 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน