ข่าวด่วน

ตำรวจภาค5รวบหนุ่ม หลอกขาย ‘หน้ากากอนามัย’ทางเฟซบุ๊ก อาจารย์สาวหวังซื้อไปส่งช่วยชาวจีนสูญเงิน8หมื่นบาท พบมีเหยื่อหลงเชื่อกว่า16ราย สูญเงินร่วม2แสนบาท

วันที่ 5 เมษายน 2563 พล.ต.ต.วีระชน บุญทวี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน และ พ.ต.อ. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5  ร่วมสอบปากคำนายสมคิด ด้วงพร้อม อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดพิจิตร ซึ่งชุดสืบสวนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ควบคุมตัวมาสอบสวน หลังจากที่เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2563 นายสมคิด ได้เปิดเฟซบุ๊กปลอมใช้บัญชีว่า “Sorn Poochil” หรือ “Ton LZ” หลอกขายอนากากอนามัย ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และ น.ส.ประภาพร หวังวิศวาวิทย์ อายุ 41 ปี อาจารย์ดูแลคณะนักร้องประสานเสียงโรงเรียนเอกชนชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของสถาบันสอนเปียโนชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อประกาศซื้อหน้ากากอนามัย N95 จำนวนมาก เพื่อส่งไปช่วยเหลือประชาชนในประเทศจีน นายสมคิดจึงติดต่อเข้ามาโดยอ้างว่ามีหน้ากากอนามัยจำนวนมากพร้อมส่ง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินใปให้จำนวน 8 หมื่นบาท แต่กลับไม่ได้รับหน้ากากอนามัยตามที่ตกลง

ต่อมา น.ส.ประภาพร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สภ.สารภี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระหว่างนั้นพบว่านายสมคิดยังไปหลอกขายหน้ากากอนามัยให้กับบุคคลอื่นอีกหลายราย และใช้สลิปการโอนเงินของ น.ส.ประภาพร ไปกล่าวอ้างเพื่อสร้างเครดิตให้ตัวเอง 

จากการสอบสวนนายสมคิด รับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพส่งสินค้า แต่ขณะทดลองงาน 3 เดือน บริษัทตรวจสอบพบตนเองมีประวัติในคดีฉ้อโกง เมื่อปี 2554 จึงถูกให้ออกจากงาน ส่งผลให้ตกงานไม่มีเงินใช้จ่าย จึงคิดกลวิธีหลอกขายสินค้าทางออนไลน์โดยสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา กระทั่งไปพบเหยื่อประกาศซื้อหน้ากากอนามัยจำนวนมากจึงติดต่อเข้าไปพูดคุย ไม่คิดว่าเหยื่อจะหลงเชื่อโอนเงินจำนวนมากมาให้ หลังหลอกเหยื่อรายนี้ได้ จึงไปหลอกเหยื่อรายอื่นๆ เพิ่มเติม โดยใช้เลขบัญชีของลูกค้าไปให้เหยื่อรายอื่นโอนเงินมาให้ จากนั้นจะโทรไปแจ้งว่ามีการโอนเงินผิดบัญชี และขอให้เจ้าของบัญชีโอนเงินกลับมาให้ตนเอง โดยเงินที่ได้จะนำไปเล่นพนันออนไลน์

ด้าน พล.ต.ต.วีระชน เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้จะหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ โดยสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา ใช้ชื่อบัญชี “Sorn Poochil” หรือ “Ton LZ” แต่ไม่มีสินค้าจริงส่งให้  จากการสืบสวนพบมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่า 16 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 แสนบาท อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดเคยติดต่อซื้อขายสินค้าออนไลน์จากเฟซบุ๊กดังกล่าวแล้วไม่ได้สินค้า ขอให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจในท้องที่เกิดเหตุทันที รวมทั้งขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนเรื่องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยทางออนไลน์ 1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเฟซบุ๊กที่จะทำการซื้อขายด้วย 2. ตรวจสอบหมายเลขบัญชีธนาคารที่ใช้ในการซื้อขาย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดย นำหมายเลข บัญชีและชื่อบัญชีค้นหาในเว็บไซต์ Google (หากเป็นบัญชีที่ใช้ในการหลอกลวงจะพบข้อมูล) 3. ขอสำเนาบัตรประชาชน หรือรูปถ่ายบัตรประชาชนของผู้ที่จะทำการซื้อขายด้วย 4. ให้ทำการชำระเงิน แบบวิธีการเก็บเงินปลายทาง 5. ตรวจสอบเสียงตอบรับจากลูกค้าที่มีการซื้อขาย 6. ตรวจสอบความเอาใจใส่ของผู้ขาย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน