ข่าวด่วน

ค่าฝุ่นเชียงใหม่ยังสูง ‘จุดความร้อน’ยังพุ่งไม่หยุดใน5อำเภอ แม่อายจับหนุ่มฝาง1รายอ้างคึกคะนอง

วันที่ 4 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อเนื่องทุกวันตลอดระยะ2เดือนที่ผ่านมา ค่ามลพิษทางอากาศอยู่ในระดับที่รุนแรง โดยยังไม่สามารถควบคุมการเผาป่าได้ จากการตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่น AirCMI พบว่าหมอกควันในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่วันนี้ยังวิกฤติ โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงสุด ณ เวลา 9.00 น. อยู่ที่ อ.เวียงแหง วัดได้ 700 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่แอพพลิเคชั่น AirVisual ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่อันตรายทางด้านมลพิษอันดับ1ของโลก มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูง 287 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากระดับคุณภาพอากาศดังกล่าว ประชาชนทุกกลุ่ม ควรสวมหน้ากากที่กันฝุ่นจิ๋ว งดออกจากบ้าน งดทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด โดยเปิดเครื่องฟอกอากาศ หรืออยู่ในพื้นที่เซฟตี้โซน เนื่องจากวันนี้ ในพื้นที่มีความกดอากาศกดทับลงมา สภาพลมอ่อน ทำให้อากาศไม่ยกตัว ไม่สามารถพัดพาเอาฝุ่นควันที่สะสมมากในพื้นที่ออกไปได้ 

ขณะที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อน หรือ Hotspot จากระบบ VIIRS ตามข้อมูล GISTDA จำนวน 438 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 204 จุด ป่าอนุรักษ์ 229 จุด เขต สปก. 5 จุด

อย่างไรก็ตามค่ำวานนี้ ชุดปฏิบัติการตำบลแม่สาว อ.ฝาง นำโดยนายกวี ยอดแสง กำนันตำบลแม่สาว ร่วม อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่ม สภ.แม่อาย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.39 (แม่แหลง)จับกุมตัว นายซูวา พระพร อายุ 25 ปี ราษฎร บ้านเด่นหลวง หมู่ที่ 13 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมอุปกรณ์ของกลาง ไฟเเช็ค 5 อัน เทียนไข 1 ห่อ น้ำมัน 1 ขวด กระเป๋าเป้สะพาย 1ใบ บริเวณป่าด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บ้านสันป่าข่า หมู่ที่ 9ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายซูวา ยอมรับว่าเป็นผู้กระทำการเผาป่า และ กระทำมาหลายครั้งแล้วด้วยความคึกคะนอง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา กระทำความผิดฐาน เผาป่า อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เผาป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ช่วงเช้าวันที่ 4 เมษายน 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนมากที่สุด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม 69 จุด เชียงดาว 65 จุด เวียงแหง 47 จุด แม่แตง 39 จุด และอำเภอจอมทอง 37 จุด ตามลำดับ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VDO Conference) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

นายเจริญฤทธิ์ ขอให้แต่ละอำเภอตรวจสอบจุดความร้อนในเช้าวันนี้ แล้วเร่งปรับแผนเพื่อลดจุดความร้อนในพื้นที่ และรายงานผลการปฏิบัติงานความคืบหน้าทุกระยะ เน้นย้ำให้ทุกอำเภอบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ลงพื้นที่เข้าไปสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนในหมู่บ้านรวมทั้งใช้หอกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวสารไปยังชุมชนให้ทราบอย่างทั่วถึง ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ผ่อนผันที่ทำกินในเขตป่าไม้ หากพบว่ามีการเผาเกิดขึ้น จะต้องเพิกถอนสิทธิทันที พร้อมทั้งกำชับให้ทุกอำเภอรายงานการแจ้งความดำเนินคดีทุกพื้นที่ที่มีเหตุที่เกิดไฟ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยขอให้รายงานผลการปฏิบัติงานความคืบหน้ามายังศูนย์บัญชาการฯ จังหวัด ให้ทราบผลทุกระยะ 

สำหรับสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นเย็นวานนี้ ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จำนวน 6 จุด ดับไปแล้วทั้งหมด และเกิดขึ้นใหม่ใกล้เคียงจุดเดิม 1 จุด เป็นการไหม้ตอไม้ขนาดใหญ่ กระจายเป็นจุดๆ โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังในพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งมีรถน้ำสแตนบายเพื่อสนับสนุนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความสำคัญกับบริเวณดอยสุเทพ-ปุย เป็นอย่างมาก กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องติดตามและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีกลุ่มควันเกิดขึ้น อากาศยานทั้ง ฮ.MI-17 ของกองทัพบก ฮ.ปภ. KA32 สามารถขึ้นปฏิบัติการได้ทันที พร้อมทั้งได้สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ในการปิดล้อมบริเวณโดยรอบอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และเส้นทางขึ้นดอยสุเทพทุกเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถบริหารจัดการกำลังพลที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 33 จำนวน 80 นาย เข้าปฏิบัติการลาดตระเวนป้องกันพื้นที่เสี่ยง และฝังตัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าโดยรอบดอยสุเทพ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นช่องโหว่รอยต่อตามเขาของอำเภอแม่ริม เพื่อเพิ่มการป้องกันไม่ให้เกิดไฟในพื้นที่ซ้ำซากอีก

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน