เชียงใหม่แถลงพร้อมรับมือ ‘Covid-19’ระยะที่3 ทั้งไอซียู-เตียงสนาม ข่าวดีกราฟผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง ขอร้องปชช.คงมาตรการ ‘Social Distancing’เคร่งครัด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 เมษายน 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะเดินทางมายังโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของสถานที่ในการรอบรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ณ อาคาร 8 ชั้น จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ร่วมกับ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันทราย และแพทย์หญิง ศศิธร ศิริมหาราช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมด้านการแพทย์และระบบสาธารณสุขของจังหวัดเชียงใหม่ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หากเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยใช้โรงพยาบาลประสาทเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนัก นอกเหนือจากโรงพยาบาลนครพิงค์และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ซึ่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  โรงพยาบาลนครพิงค์ และโรงพยาบาลประสาท สังกัดกรมการแพทย์ได้ร่วมมือกัน  

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ COVID -19 เพื่อรองรับกรณีที่จะต้องวางแผนรับมือจำนวนผู้ป่วยในระยะที่ 3   เบื้องต้นได้จัดเตรียมงบประมาณพร้อมจัดสรรให้ทุกโรงพยาบาลสามารถดำเนินการได้ทันสถานการณ์แน่นอน   

ขณะที่ นพ.จตุชัย กล่าวว่า จังหวัดได้ระดมงบประมาณจากส่วนต่างๆ ไว้กว่า 12  ล้านบาท  งานนี้ทีมเชียงใหม่ได้ประสานความร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งเงิน อุปกรณ์ สถานที่ เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมและมีศักยภาพที่สุดในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยหนัก ที่มีโอกาสเสียชีวิตสูงที่สุด  แต่หากเรามีความพร้อมก็จะลดโอกาสการเสียชีวิตได้มาก

นพ.วรวุฒิ กล่าวว่า มีการหารือร่วมกันและตั้งเป้าว่า จะทำอย่างให้จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิตให้น้อยที่สุด จึงมีการเตรียมบุคลากรและทรัพยากรเพื่อรองรับผู้ป่วยในระยะที่ 3 หรือ ร้ายแรงไว้ เบื้องต้นที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  7 เตียง โรงพยาบาลนครพิงค์ 15 เตียง และโรงพยาบาลสันทราย 2 เตียง แต่ขณะนี้เรายังไม่ได้ใช้ทั้งหมด เพราะเรามีผู้ป่วยหนักเพียง 2 เตียงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามทีมงานมีการเตรียมความพร้อมไว้ว่าในต้นเดือนพฤษภาคมนี้จะต้องมีการเตียงเพื่อผู้ป่วยหนัก หรือไอซียู จำนวนทั้งสิ้น 93 เตียง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 ครอบคลุมในโรงพยาบาลต่างๆ ที่เราเตรียมการไว้ นอกจากการสำรองเตียงไว้ในโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ยังมีแผนสำรองเตียงสนามไว้อีกกว่า 2,000 เตียง โดยใช้สถานที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

แพทย์หญิงศศิธร กล่าวว่า โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่เริ่มรับผู้ป่วยติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเรามีการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ จำนวน 10 ราย ล่าสุดมีการปรับพื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวน 1 ชั้น ทั้งในระยะเบา ปานกลาง และเตรียมการเพิ่มอีก 1 ชั้น คือที่ชั้น 8  เพื่อรองรับผู้ป่วยหนัก ซึ่งได้มีการปรับพื้นที่จัดเตรียมห้องพักผู้ป่วยให้เหมาะสม 

ด้าน ศ.น.พ.บรรณกิจ กล่าวว่า มีการเตรียมตัวสำหรับรองรับระยะที่ 3 ที่กังวลคือ จำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องอยู่ในไอซียู จึงหารือกับสำนักงานสาธารณสุข และ ทุกฝ่าย เพื่อเตรียมขยายชั้น 3-4 ของโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ให้เป็นห้องไอซียูซึ่งมีแต่เดิม แต่ไม่ใช้ระบบการรองรับติดเชื้อ จึงจะมีการปรับระบบป้องกันการติดเชื้อเต็มที่ จำนวน 20 เตียง ถือเป็นความร่วมมือกันทุกฝ่าย โดยทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จะนำบุคลากรทั้งระบบแบบเต็มรูปแบบเข้ามาเพื่อดูแลระบบไอซียู โดยจะมีการติดตั้งระบบเทเลคอนเซาท์ เพื่อให้คำปรึกษาผ่านทางคอมพิวเตอร์

“ในส่วนของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เราใช้ส่วนเวชศาสตร์ฟื้นฟู ก็ดูแลเต็มที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการรักษา แต่การบริหารจัดการของตึกแม้จะไม่ใช่การรองรับผู้ติดเชื้อ แต่อาจต้องเสริมเครื่องช่วยหายใจมาเพิ่ม ขณะนี้ได้รับยอดการบริจาคมาสนับสนุนเพิ่มเติม แม้จะไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้นแต่เราก็ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ทั้งนี้อยู่ที่ประชาชนจะให้ความร่วมมือในการหยุดอยู่กับบ้าน เพื่อหยุดเชื้อ”

ผศ.นพ.นเรนทร์ กล่าวว่า จากที่เข้ามาดูพื้นที่โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ จะต้องมีการปรับระบบไหลเวียนของอากาศในตัวอาคารเพิ่ม เพื่อความปลอดภัย คาดว่าภายในสิ้นเดือนเมษายน ต้นพฤษภาคม การปรับปรุงจะดีขึ้นพร้อมรองรับผู้ป่วยได้เต็มที่ นี่คือโรคใหม่ เราต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อม อุปกรณ์ที่มีอาจไม่พอ ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มีเครื่องช่วยหายใจอยู่จำนวนหนึ่งก็จะพร้อมจะนำช่วยเสริมใน 3-4 สัปดาห์นี้น่าจะพร้อมรับการขยายตัวของผู้ป่วยได้

ต่อมาเวลา 15.00 น.​ที่ศูนย์ข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ พญ.ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลนครพิงค์ แถลงสถานการณ์ COVID-19 เชียงใหม่ ล่าสุดว่า ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันนี้ และผู้ป่วยติดเชื้อสามารถกลับบ้านเพิ่มได้อีก 1 ราย จากเดิม 5 ราย รวมเป็น 6 รายแล้ว หากดูจากกราฟเมื่อต้นเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น หากปล่อยให้ระบาดต่อเนื่องจะเกิดผู้ป่วยสะสมสูงมากกว่า 200 คน จึงมีการปิดสถานบันเทิง 19 มีนาคม และสอบสวนควบคุมโรค

ซึ่งตอนนี้กราฟเริ่มปักหัวลง และมีแนวโน้มที่ดี ดังนั้นเรายังคงมาตรการ Social Didtancing 4 ข้อ คือ เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกาย ไม่ออกจากบ้านและงดในขนส่งสาธารณะ ทำงานที่บ้าน เราต้องร่วมมือกันเพราะไม่ต้องการให้มีผู้ติดเชื้อเพิม ชลอจำนวนผู้ติดเชื้อจากจุดสูงไปอยู่จุดที่ศักภาพระบบสาธารณสุขรองรับได้ ขอฝากชาวเชียงใหม่ให้คงมาตรการนี้ไว้ให้เข้มข้น อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

นายสมชาย เกตะมะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการการตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ผู้ว่าฯ สั่งการให้ดูแลช่วยเหหือประชาชน โดยปรับเป็นศูนย์เฉพาะกิจ และลงไปสำรวจมีผู้ได้รับผลกระทบ ว่ามีจำนวนกี่ราย ตกงานและเดินทางกลับมาอยู่บ้านกี่ราย เพื่อนำมาวิเคราะห์ และหากพบว่ามีประชาชนเดือดร้อนเฉพาะหน้า หาซื้อข้าวซื้อน้ำไม่ได้จะลงไปช่วยทันทีด้วยถุงยังชีพ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นต่อไปหากต้องการอยู่บ้านจะประสานจ้างแรงงานจากกลุ่มนี้ก่อน และทำโครงการจ้างแรงงาน อาทิ ผลิตเมล็ดพันธุ์พืช โดยขอให้ไปลงทะเบียนไว้ที่  อบต.ในพื้นที่ เพื่อรอความพร้อมในการจ้างงานต่อไป

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน