ข่าวด่วน

เชียงใหม่พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก1ราย ยอดสะสม34 ตร.แม่ริมคุมตัววัยรุ่นป่วนรพ.นครพิงค์ ไม่พอใจจนท.ตักเตือนให้สวมหน้ากาก

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน ด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อ COVID-19 จ.เชียงใหม่ ล่าสุดว่า วันนี้สำหรับเชียงใหม่ต้องปรับจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อให้สอดคล้องกับพาภเขตและภาพประเทศ เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน 1 ราย ชายไทย 42 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษ พบว่ามาพำนักอยู่ที่ จ.เชียงราย และพักอยู่เชียงรายมาตลอด ก่อนขับรถมารักษาตัวที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการเดินทางก่อนการกำจัดผู้เดินทาง และเข้าตรวจกับโรงพยาบาลเอกชนของเชียงใหม่ก่อนส่งต่อและตรวจพบเชื้อ ซึ่งจากการสอบสวนโรคมีผู้สัมผัสใน จ.เชียงรายทั้งหมด จึงต้องยกเป็นตัวเลของ จ.เชียงราย

ส่วน จ.เชียงใหม่ วันนี้เราพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิง อายุ 26 ปี เป็นผู้สัมผัสร่วมห้องกับผู้ป่วยยืนยัน แต่อาการไม่มาก แต่มีความเสี่ยงเพราะใช้ชีวิตร่วมกันคือร่วมห้อง จึงติดตามและให้มาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จนกว่าจะพ้นระบบแพร่เชื้อจึงจะให้กลับบ้านได้ โดยมีผู้ใกล้ชิด 2 คน ขณะนี้นำมาเก็บตัวอย่าง กักตัวและครบ 14 วัน เพื่อติดตามดูอาการ ส่วนที่มีการโพสต์ข้อมูลว่าไปฝึกงานในสถานที่ราชการ หรือการส่งอาหาร แต่จากการสอบสวนโรคพบว่าให้ช่วง 2 วัน ตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการ จึงไม่มีผู้สัมผัสเพิ่มเติมนอกจากเพื่อน จึงไม่ใช่ระยะแพร่เชื้อได้ ดังนั้นจุดที่โพสต์ไปไม่น่าห่วงหรือเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ยกเว้นคนที่กังวลใจว่าอาจจะเสี่ยงก็ให้สังเกตอาการตนเองได้

สรุปแล้วเชียงใหม่ ณ ปัจจุบัน มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันยอดสะสม 34 ราย มาจากพื้นที่เสี่งทั้งในและต่างประเทศ 8 ราย ผู้สัมผัสร่วมบ้าน 3 ราย เดินทางไปในสถานบันเทิงที่มีการระบาดระหว่างวันที่ 8-18 มีนาคม 2563 จำนวน 23 ราย จากข้อมูลเรามีการสอบสวนผู้ป่วยยืนยัน ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดระยะ 1 เมตร นานเกิน 5-15 นาทีขึ้นไป  เก็บตัวอย่างและตรวจ จำนวน 222 ราย พบเชื้อร่วมบ้าน 3 ราย 9% ส่วนประวัติผู้ป่วยอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปที่เดียวกัน ร่วมบ้าน ไปสถานบันเทิง 23 ราย 29% สัมผัสกลุ่มอื่นๆ ชุมชน ร่วมห้อง รถยนต์ เครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยง ตรวจแล้ว 100 กว่าคน ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งกลุ่มเสี่ยงยังเป็น 2 กลุ่มนี้ คือ ผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยและไปสถานบันเทิงระหว่าง 8-18 มีนาคม 2563   

ส่วน นายสุริยา สุยะนา อัยการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ว่า พบการหลีกเลี่ยงและฝ่าฝืนคำสั่ง กรณีปิดสถานบริการ นวดแผนโบราณ แม้จะปิดหน้าร้านแต่แอบให้บริการทางออนไลน์ โดยส่งพนักงานวดไปยังสถานที่ส่วนตัว บ้านพักและห้องส่วนตัว ถือว่าเป็นการกระทำการฝ่าฝืนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2558 มาตรา 34 (6) เรื่องโรคติดต่ออันตราย โรคติดเชื้อ Covid-19 ให้ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี 

ทางด้าน พล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีกลุ่มวัยรุ่นประพฤติตนไม่เหมาะสมที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เมื่อเวลา 22.15 น. วันที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 22.15 น. เพราะมีญาติของกลุ่มวัยรุ่น 10 ราย ได้รับบาดเจ็บมารักษา เมื่อเจ้าหน้าที่พบว่าวัยรุ่นทั้งหมดไม่สวมหน้ากากอนามัยจึงตักเตือนเพื่อความปลอดภัยและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคเมื่อใช้บริการในโรงพยาบาล แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมไม่พอใจและแสดงสัญลักษณ์ไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม จึงคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และล่าสุดได้เชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก และขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังไม่ไปรวมกลุ่มกันเสี่ยงต่อการแพร่ะรบาด และอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น หากพบเห็นให้แจ้ง 191 เพราะถือว่าฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผกก.สภ.แม่ริม พ.ต.ท.นำพล พรหมการัตน์ รอง ผกก.ป.สภ.แม่ริม พ.ต.ท.ปธิกร สุยะวา สวป.สภ.แม่ริม ร.ต.อ.กำจร วงค์สุวรรณ รอง สวป.สภ.แม่ริมฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และสายตรวจดอนแก้วเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มวัยรุ่นป่วนโรงพยาบาลนครพิงค์ตามที่ได้รับแจ้ง ซึ่งเกิดจากการที่กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่ากล่าวตักเตือนให้ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัยและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคเมื่อใช้บริการในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบตรวจค้นรถจักรยานยนต์พบว่า มีการดัดแปลงสภาพรถ อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่ติดแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษี รวมถึงไม่พบสำเนาคู่มือรถ จึงยึดรถไว้เพื่อตรวจสอบ และประสานผู้ปกครองมารับทราบและทำทัณฑ์ในการกระทำความผิดครั้งนี้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน