ข่าวด่วน

‘ไฟป่า’ ยังลาม ส่งผลให้ฝุ่นควันปกคุลมเชียงใหม่หนาแน่นต่อเนื่อง

วันที่ 24 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงแย่ต่อเนื่อง ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ลักษณะฟ้าหลัว ซึ่งจากการตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่น AirCMI พบว่าหมอกควันในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงวิกฤติ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากมีฝุ่นคลุมเหนือพื้นที่ ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรใส่หน้ากาก เปิดเครื่องฟอกอากาศในอาคารปิด งดออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในเวลา 10.00 น. สูงสุดอยู่ที่ อ.อมก๋อย วัดได้ 468 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  เขตตัวเมืองเชียงใหม่ 226 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่แอพพลิเคชั่น AirVisual ระบุว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่อันตรายทางด้านมลพิษที่สุดในโลกสูงเป็นอันดับ 3 มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูง 211 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  

อย่างไรก็ตามเช้านี้ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อน หรือ Hotspot  จากดาวเทียมระบบ VIIRS ตามข้อมูล GISTDA จำนวน 381 จุด ในพื้นที่ 21 อำเภอ 71 ตำบล ตรวจสอบ พบว่าเป็นการเผาพื้นที่เกษตรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 12 จุด ลุกลามจากจุดเดิมรอบบ่ายวานนี้ 33 จุด

ต่อมาเวลา 12.15 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งข้อมูลผ่านทางแอพพลิเคชั่น AirCMI ว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในช่วงเที่ยงวันลดลงจากช่วงเช้าค่าฝุ่นลดลงมาอยู่ที่ 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากการตรวจสอบโดยรอบของพื้นที่เชียงใหม่ ยังคงมีฝุ่นสะสมต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากหมอกควันและการเผาป่าใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งยังมีหมอกควันที่ลอยมาจากจังหวัดใกล้เคียงที่มีการเผาป่าจำนวนมาก ทำให้ควันลอยเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ที่เป็นแอ่งกระทะ และปกคลุมไว้หมด แม้จะมีการระดมฉีดน้ำให้ความชุ่มชื้นในตัวเมืองแต่ก็ยังมีฝุ่นละอองควันเข้ามาตลอดเวลา จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและเฝ้าระวังอาการผิดปกติ หากผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที และขอความร่วมมือจากหลายหลายฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนนอกจากลดเลิกเผาวัชพืชแล้วหากพบเห็นจุดเกิดไฟ ขอให้แจ้งสายด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้เวลา 09.00 น. พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ประชุมทางไกลผ่านทางจอภาพประจำสัปดาห์ (VTC) โดยมีส่วนราชการและหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ระดับจังหวัดเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ณ สโมสรกาวิละ ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ โดยเช้าวันนี้เครื่องบิน MI 17 ของกองทัพบก ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าดับไฟในพื้นที่อำเภอพร้าว เนื่องจากเป็นหน้าผาสูงชัน ยากต่อการเข้าถึงของชุดปฏิบัติการดับไฟป่าภาคพื้นดิน และเกิดการลุกลามเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งทำแนวกันไฟ เพื่อควบคุมไฟให้เป็นวงแคบ 

ด้านนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงพบกลุ่มฝุ่นละอองปกคลุมหนาแน่นทั่วทั้งจังหวัด รวมทั้งทางภาคเหนือและภาคอีสานหลายพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มฝุ่นละออง โดยเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า สาเหตุที่กลุ่มฝุ่นควันยังคงปกคลุมพื้นที่ เนื่องจากทิศทางลมพัดพาจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสะสมในพื้นที่จังหวัด โดยพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ และจากการสะสมตัวของฝุ่นละอองเป็นเวลาหลายวัน รวมถึงเกิดจุดความร้อนในพื้นที่หลายจุดและบริเวณใกล้ตัวเมือง อีกทั้งการระบายตัวของอากาศในช่วงเช้าเป็นไปได้ไม่ดี ส่วนมากยกตัวได้ในช่วงสายถึงบ่ายและคาดว่าการระบายตัวของอากาศจะเป็นลักษณะนี้ต่อไปอีก 2 – 3 วัน

“ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้ทุกหมู่บ้านจัดชุดลาดตระเวนประจำหมู่บ้าน โดยบูรณาการกำลังร่วมกันทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ อุทยาน ชรบ. ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ผู้หาของป่า และอื่นๆ เพื่อเฝ้าระวังสำรวจทุกพื้นที่ ทั้งเขตป่าไม้ อุทยานฯ พื้นที่ผ่อนผันเพื่อการเกษตร และพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนทั่วไป ที่จำเป็นต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งชุดปฏิบัติการประจำหมู่บ้านทุกชุด จะลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการดับไฟอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป” นายคมสัน กล่าว

นายนรินทร์ ประทวนชัย ผอ.ทสจ.เชียงใหม่ หารือกับตัวแทนภาคประชาชนที่เสนอตัวเป็นจิตอาสาเข้าร่วมปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ได้แก่ กลุ่มร่มบินอาสาเชียงใหม่ กลุ่มโดรนจิตอาสา ที่จะขึ้นบินตรวจแนวเชิงเขาทุกวัน พร้อมช่วยชี้จุดที่เกิดกลุ่มควัน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลวางแผนเข้าดับไฟได้เร็วและดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มมอเตอร์ไซด์วิบาก ที่จะช่วยลาดตระเวนในพื้นที่ป่าที่ยากต่อการเข้าถึง เพื่อป้องปรามและกดดันผู้ที่จะเผาหรือหากเจอก็จะรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมได้ทันท่วงที โดยจะจัดทีมเข้าไป 4 พร้อมเครื่องเป่าลมและคราด หากเจอจุดเกิดไฟป่าจะได้ทำแนวกันไฟก่อนที่จะลุกลาม ในเบื้องต้นจะเน้นในพื้นที่ดอยสุเทพและบนห้วยตึงเฒ่า ซึ่งดำเนินการอย่างเข้มข้นไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้และจะต่อเนื่องไปตลอดเดือนเมษายน 

สำหรับความคืบหน้าเหตุไฟไหม้บริเวณใกล้กับน้ำตกมณฑาธาร เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย สนธิกำลังร่วมกับทหารมณฑลทหารบกที่ 33 ยังคงช่วยกันดับไฟอยู่ หลังพบว่าเกิดการปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากดับไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งมีพื้นที่ถูกไฟไหม้ลุกลามเสียหายไปกว่า 15 ไร่ ซึ่งขณะนี้สามารถควบคุมไฟไว้ได้แล้ว และทำแนวกันไฟ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อป้องกันเชื้อไฟที่อาจจะประทุขึ้นมาได้อีก

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน