ข่าวด่วน

เชียงใหม่สั่งปิด14วัน สปา ฟิตเนส โรงหนัง ร้านเกมส์ สนามเด็กเล่นในห้าง ถนนคนเดิน สนามม้า-มวย-ชนไก่ เริ่ม19มีนาคม-1เมษายน2563 ย้ำเป็นพื้นที่ ‘เสี่ยงสูง’หลังพบ1รายติดเชื้อและรอผลยืนยันอีก5จากสถานบันเทิงดัง

เมื่อเวลา 19.09 น. วันที่ 18 มีนาคม 2563 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันติสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พ.อ.อโณทัย ชัยมงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเอกชนร่วมกันแถลงข่าวแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 โดยจำเป็นต้องปิดเชียงใหม่บางพื้นที่มีความเสี่ยง 

โดยนายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า หลังการประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่บ่ายวันนี้ ซึ่งมีการเชิญทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า สภาวัฒนธรรม สมาคมภัตตาคาร ภาคบริการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกมาตรการและแนวทางเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไวรัสอย่างไร ซึ่งผลการประชุมพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นของสถานการณ์เพื่อให้เมืองเชียงใหมเป็นเมืองปลอดภัย โดยแนวทางจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (19 มีนาคม 2563) โดยเราจะปิดสถานบริการ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้ ร้านสปา นวดแผนเพื่อสุขภาพ นวดเสริมความงาม เว้นแต่จะบริการตามกฎหมายของสถานพยาบาล ร้านเกมส์ คาราโอเกะ ฟิตเนส โรงมหรสพ อาทิ โรงภาพยนตร์ โรงละคร สนามเด็กเล่นในห้าง ตลาดถนนคนเดินทุกแห่ง ทั้งนี้ให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม – 1 เมษายน 2563 รวม 14 วัน เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของไวรัส 

“และเรายังต้องปิดสถานที่ชั่วคราวจนกว่าจะคลี่ลคลาย คือ สนามม้า สนามมวย สนามชนไก่ สำหรับพื้นที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร สถานบริการ สถานีขนส่ง หรือสถานที่มีการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมาก สถานที่จัดประชุมสัมมนา โดยมีมาตรการเพื่อความปลอดภัย โดยจะมีประกาศโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดให้ทราบ เพื่อมีแนวทางปฏิบัติที่ผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติ ตามการควบคุมของคณะกรรมการโรคติดต่อเชียงใหม่ และทุกสถานประกอบการต้องปฏิบัติเพราเป็นกฎหมายที่ต้องทำตาม หากฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการจะมีโทษปรับตาม พรบ.กรมควบคุมโรคติดต่อ ตั้งแต่เกิดข่าวแพร่ระบาดเชียงใหม่มีการประชุมที่การท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีการกำหนดจุดคัดกรอง สนามบิน สถานีขนส่ง รถไฟ มีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการยานพาหนะ ในการสังเกตอาการเพื่อนำส่งการคัดกรอง ดูแลทำความสะอาดมาตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน และเครือข่ายระดับชุมชนในการดูแลในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง ขอให้มั่นใจในมาตรการ”

นพ.จตุชัย กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ของโรคที่เราทราบตั้งแต่ระดับโลก และในประเทศ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ทำให้หลายส่วนทั้งส่วนกลางและภูมิภาค มีแนวทางปรับระดับความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ส่วนกลางปลดล็อคพื้นที่ให้ข้อมูลเรื่องผู้ป่วยในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และตระหนัก ปัจจุบันเชียงใหม่พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ จำนวน 374 ราย และมีผู้ป่วยยืนยันตั้งแต่ช่วงแรก 1 ราย และล่าสุดมีผู้ป่วยเพิ่ม 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลแล็ปเบื้องต้นจะมีอีก 5 ราย คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงที่จะติดเชื้อเพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อดังกล่าว หากยืนยันผลจะแจ้งตามลำดับ ขณะนี้มีเกณฑ์ความเสี่ยง 40 คน เป็นความเสี่ยงสูง 20 คน เสี่ยงต่ำ 20 คน เพื่อรอสังเกตและดูอาการ 14 วัน มีทั้งพักรอผลตรวจสอบอยู่ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และที่บ้านพัก

“ขณะนี้เชียงใหม่ไม่ต่างจากทุกพื้นที่ เพราะมีนำเข้ามาจากที่อื่น ทั้งกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ระบาด และมีผู้ป่วยเข้ามาเพิ่มเติมจากพื้นที่เสี่ยง และต้องปรับมาตรการต่างๆ ให้ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อทำให้เชียงใหม่อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย เพราะเกรงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมาก แต่จำเป็นต้องดำเนินการภายใน 14 วันในหลายพื้นที่ต้องปิดดำเนินการเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวของบุคคล หากมีผู้ป่วยและไปสัมผัสผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยนิ่ง  เราต้องร่วมมือและปกป้องเชียงใหม่ให้ปลอดภัย ในการปฏิบัติตัวหลีกเลี่ยง เพราะหากไม่ทำจะป้องกันได้ยาก เพื่อค้นหาผู้เสี่ยงจากสนามบิน ประเทศเสี่ยง และควบคุมให้ได้ใน 14 วัน ซึ่งที่ผ่านมาเรามีพื้นที่ดูแลเฉพาะในเฟส 2 และขณะนี้คือการลดการสัมผัสกับผู้เสี่ยง ด้วยการ Social Distancing คือการหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้ป่วยสัมผัสกับคนอื่นน้อยลง มีการแยกบุคคลที่มีเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ หากเสี่ยงสูงให้แยกตัวทันที พร้อมตรวจสารคัดหลั่งในคอ ส่วนแสี่ยงต่ำก็จะตรวจอาการแม้ว่าผลจะเป็นลบก็ต้องอยู่บ้าน 14 วัน เพราะเชื้ออาจจะไม่ออกหรือแสดงอาการให้ทราบ ถือเป็นการดำเนินการอย่างเข้มข้น ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและล้างมือบ่อยๆ ไวรัสแพ้สบู่ ผงซักฟอก ควรกลิ่นอาหารร้อน แยกสำรับ งดการคลุกคลีกับคนที่มีความเสี่ยง หน้ากากอนามัยมีความจำเป็นในพื้นที่ชุมชนและการอยู่ใกล้กันไม่เกิน 1 เมตร หากรู้ตัวว่าป่วยควรหยุดไม่ทำงาน และควรอยู่กับที่ ไปพบแพทย์เพื่อความชัดเจน เราต้องเซฟเชียงใหม่ไม่ให้เหมือนประเทศอิตาลี หรือพื้นที่อื่นๆ ที่จะยากต่อการควบคุม” 

นพ.จตุชัย กล่าวอีกว่า การปฏิบัติตัวของเราหากไปพื้นที่เสี่ยง หรือพบบุคคลที่มาจากประเทศที่มีการระบาด หรือพื้นที่ระบาด เช่น ค่ายมวยตามที่เป็นข่าว หรือเรามีประวัติที่มีความเสี่ยงขอให้กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน เพื่อสังเกตอาการทุกวันว่ามีการไอ เจ็บคอ หากมีให้รีบแจ้งแพทย์ทันที และควรหลีกเลี่ยงบุคคลอื่นในบ้าน พบปะผู้อื่นให้น้อยที่สุด แยกขยะ แยกหน้ากากอนามัย ทำลายเชื้อให้หมด ส่วนประชาชนทั้วไปควร ลด เลี่ยง และดูแล คือ ล้างมือบ่อยๆ าวมหน้ากากแนามัยเวลาไปในที่ชุมชนหรือใกล้กัน ไม่ไปในที่มีการระบดและคนหน้าแน่น งดการใช้มือสัมผัสใบหน้า 

“คงบอกได้ว่า เชียงใหม่มีความเสี่ยงมากกว่าพื้นที่อื่นเหมือนทุกพื้นที่ทั่วโลก หากจะพูดก็ต้องบอกว่ารองจากกรุงเทพและภูเก็ต เพราะเรามีคนเข้ามาจำนวนมาก ควรงดการเคลื่อนไหวไปไหนในช่วง 2 อาทิตย์นี้ให้ได้” นพ.จตุชัย กล่าว

พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่า มาตรการที่มีผลบังคับใช้หลายพื้นที่ เราได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเพื่อขีดวงการแพร่ระบาดไม่ให้เป็นวงกว้าง สถานที่ต่างๆ ที่ตกลงกันต้องปิดและหยุด โดยเจ้าหน้าที่จะออกตรวจและมีการบังคับใช้อย่างแท้จริง โดยขอให้เข้าใจความจำเป็นที่เกิดขึ้นจากการบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อและผู้ที่เสี่ยงทุกคน เราจะรีเอกซเรย์กลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ขอให้แจ้งเบาะแส หรือติดต่อได้ที่ 191 เพื่อเป็นช่องทางในการแนะนำและตรวจสอบดูแลได้ โดยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จะร่วมกันออกตรวจสอบทุกวัน

“สิ่งสำคัญคือ พื้นที่เสี่ยงที่ต้องการบอกประชาชน คือ ร้านตะวันแดง ในวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อ 1 คน นั่งอยู่ในโต๊ะที่จัดเลี้ยงงานวันเกิด หากพบว่าตนเองอยู่ร่วมโต๊ะ หรืออยู่ใกล้ชิดขอให้สังเกตอาการตนเองว่า เข้าข่ายหรือไม่ และหากใช้ให้รีบพบแพทย์ทันที เพื่อรีบรักษาและหยุดการแพร่ระบาดต่อ” 

พ.อ.อโณทัย กล่าวว่า จากการประชุมบ่ายนี้มาจากความห่วงใยและต้องการปกป้องประชาชนชาวเชียงใหม่ทุกคน ภายใต้ระยะเวลา 14 วันนี้เราจะทำอย่างเต็มที่เพื่อดูแล ขอให้ประชาชนมั่นใจภายใต้การทำงานของทุกภาคส่วนในการต่อสู้สิ่งที่สำคัญ หรือสงครามไวรัส ที่กำลังเกิดขึ้น

นายรัฐพล กล่าวว่า คณะกรรมการควบคุมโรคฯ จะประชุมทุกวัน เพื่อติดตามบุคคลที่ติดเชื้อ และผู้มีความเสี่ยงในทุก 25 อำเภอ โดยการจัดเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและตรวจเช็คอาการได้ตลอดเวลา โดยมีนายอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และทีมงานดูแลกลุ่มเสี่ยง ซึ่งประชาชนสามารถติดต่อผ่าน 191 หรือ 1669 ได้ทันที

นายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อรองรับสถานการณ์ ขณะนี้เราตั้งศูนย์ประสานและออฟไลน์เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสดังกล่าวได้ปรึกษา ด้วยมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท และมาตรการอื่นจากสถาบันการเงินไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย ประกันสังคม ภาษี หากผู้ประกอบการไม่แน่ใจสามารถติดต่อสอบถามได้เพื่อประสานงานในทุกสถานการณ์

นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า เรายินดีที่จะปิดร้านในส่วนของสถานบันเทิง ประเภท ผับ เทค ส่วนร้านอาหารจะมีมาตรการของกรมควบคุมโรคติดต่อ พนักงานทุกคนจะมีแมส  เจล มีเครื่องวัดไข้พนักงานและลูกค้า ตั้งโต๊ะให้ห่าง 75 เซนติเมตร มีช้อนกลางส่วนตัว มีน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดถูทุกส่วนตลอดเวลา เชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการลดการแพร่ระบาดครั้งนี้  

นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมการมา 2 เดือนแล้ว ตั้งแต่เดือนมกราคม เราเตรียมเตียง 60 เตียง สำหรับผู้ป่วยหนัก เวชภัณฑ์ ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้มีความมั่นใจในศักยภาพในการรองรับคนไข้ เพื่อรับมือผู้ป่วย มีการเตรียมโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน สำรองเตียงหลายพันเตียง รวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจ ในการร่วมมือกัน ทั้งแนวทางการรักษา และเวชภัณฑ์ที่มากพอ และระบบที่จะประสานกับส่วนกลาง ในฐานะที่เราเป็นพื้นที่สำรองยาของภาคเหนือ ไม่ต้องห่วง และขณะนี้คนไทยรักษาฟรีตามสิทธิในทุกโรงพยาบาล เชื่อว่าทุกอย่างที่เตรียมกรไว้จะดูแลผู้ป่วยหนักได้มากจำนวนหนึ่ง รองรับทั้งเชียงใหม่และเครือข่าย หากจากนี้ไปอาจมีความไม่สะดวกต่อประชาชนบ้างในการปรับพื้นที่รับมือไวรัส ก็จะมีทั้งการขยายวันนัด ส่งยาไปที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ รวมทั้งเลื่อนการผ่าตัดผู้ป่วยที่ไม่รุนแรงออกไปก่อน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน