ข่าวด่วน

ฝุ่นพิษ ‘เชียงดาว’พุ่ง736ไมโครกรัมฯ กองทัพบกห่วงใยส่งเครื่องบิน BT-67 บินโปรยน้ำบรรเทา ตรวจวัดควันดำรถทุกชนิด

วันที่  17 มีนาคม  2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงแย่อย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ลักษณะฟ้าหลัวในตอนเช้า แม้ปริมาณฝุ่นในเขตตัวเมืองได้ลดระดับความรุนแรงลงจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เนื้องจากช่วงสายถึงบ่ายมีลมเข้ามาพัดฝุ่นให้ออกจากพื้นที่ จากการตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่น AirCMI พบว่าหมอกควันในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ช่วงเช้าได้ลดระดับความเข้มข้นลง มาอยู่ที่ไม่เกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และช่วงบ่ายลดระดับมาอยู่ที่ประมาณ 40-60ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

อย่างไรก็ตามในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อำเภอเชียงดาว พบว่า ณ เวลา 15.00 น. ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเช้าที่ 250 ไปเป็น 736 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์อันตรายอย่างมากต่อสุขภาพของประชาชน ผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่มต้องงดออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ในขณะที่แอพพลิเคชั่น AirVisual ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่อันตรายทางด้านมลพิษที่สุดในโลก เป็นอันดับที่5 ถือว่าเป็นพื้นที่อากาศแย่ต่อเนื่องอีกมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูง 152 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

ศูนย์บัญชาการฯ จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งจุดความร้อน หรือ Hotspot  ระบบ VIIRS ตามข้อมูล GISTDA รอบเวลา 13.30 น. จำนวน 172 จุด ในพื้นที่ 17 อำเภอ 38 ตำบล ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพื้นที่เกษตรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 8 จุด และลุกลามจากจุดเดิมรอบเช้าวันนี้ 39 จุด  

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ เรียกประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับแผนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบโดยรอบพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีฝุ่นสะสมต่อเนื่อง โดยตั้งในเดือนมกราคมเป็นต้นมา ทางจังหวัดได้เน้นการบูรณาการทำงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าไปดับไฟ ควบคู่ไปกับการลาดตระเวนทำแนวกันไฟ แต่พอมาถึงช่วงมีนาคม สถานการณ์ไฟป่ากลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งพบว่าพื้นที่ตอนเหนือมีการเผาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงได้ปรับยุทธวิธีจากการทุ่มกำลังไปดับไฟ มาเน้นในการเฝ้าระวังป้องกันมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 3 จัดส่งกำลังพลจากกองกำลังผาเมือง กองพลทหารราบที่ 7 และมณฑลทหารบกที่ 33 ตลอดจนจิตอาสาร่มบิน จิตอาสาที่มีรถจักรยานยนต์วิบาก รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาช่วยลาดตระเวนพื้นที่ ทำให้ลดจุดความร้อนลงได้มากขึ้น

“ที่ผ่านมาพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ 95% เป็นพื้นที่ป่า ทุรกันดาร มีความสูงชัน เข้าถึงยาก ทำให้ไม่สามารถดับไฟได้ จึงทำให้จุดความร้อน หรือ Hotspot เพิ่มเป็นทวีคูน ทำให้ดูเหมือนเยอะมาก พร้อมกันนี้ยังได้มีการส่งกำลังเข้าไปกดดันคนที่เข้าไปหาของป่า ล่าสัตว์ และอาจมีความประมาททำให้เกิดไฟป่าได้ และต้องเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น โดยได้มีการเรียกประชุมทั้ง 25 อำเภอ ซึ่งแบ่งออกเป็น อำเภอโซนเหนือ อำเภอโซนกลาง และอำเภอโซนใต้ เน้นย้ำให้เพิ่มความสำคัญกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ป้องกันไม่ให้เกิดไฟขึ้นอีก”

ทั้งนี้ พ.อ.กฤติ พันธะสา เลขานุการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ได้สั่งการให้กองทัพอากาศ นำเครื่องบิน BT-67 บินโปรยน้ำในตัวเมืองที่เป็นที่ชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และลดผลกระทบจากค่าฝุ่นควันที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยจังหวัดเชียงใหม่ขอสนับสนุนอากาศยาน BT-67 ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป บินวันละ 2 เที่ยว เช้า-บ่าย จนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้เตรียมพร้อมปฏิบัติการทำฝนเทียมเมื่อมีความชื้นเพียงพอ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังจังหวัดใกล้เคียง ให้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อของแต่ละจังหวัดด้วย

นอกจากนี้วันนี้จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการตรวจควันดำของรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดปัญหาฝุ่นควันที่เกิดจากควันดำของท่อไอเสียรถยนต์ เป็นการแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่งด้วย ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเทศบาลทั่วทั้งจังหวัด จะได้นำรถน้ำออกฉีดพ่น เพื่อสร้างความชุ่มชื้นและล้างทำความสะอาดในแต่ละชุมชน รวมทั้ง ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง ได้สนับสนุนรถต่อต้านวินาศกรรมฉีดพ่นน้ำบริเวณข่วงประตูท่าแพในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อลดฝุ่นละอองในอากาศและที่เกาะติดบริเวณใบไม้ ขณะที่การจัดพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นควัน PM 2.5 หรือ safety zone ที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้ นอกจากห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟของภาคเอกชนแล้ว ยังได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานที่ราชการ ศูนย์เด็กเล็กเปิดให้บริการแต่ประชาชนด้วย แต่บางแห่งไม่มีผู้มาใช้บริการ พร้อมกันนี้ยังได้ มีเจลล้างมือ และหน้ากากอนามัยให้บริการเพื่อป้องกันโรคโควิท19 อีกด้วย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน