ข่าวด่วน

เริ่มแล้ว ท่าอากาศยานเชียงใหม่ใช้มาตรการ ‘Entry Screening’คัดกรองเข้ม ผู้ที่จะผ่านเข้ามาในอาคารผู้โดยสารทุกคน ย้ำเผื่อเวลามาสนามบินล่วงหน้า

วันที่ 16 มีนาคม 2563 เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการ) กล่าวภายหลังนำสื่อมวลชน ชมการปฏิบัติงานตรวจคัดกรองผู้ที่จะผ่านเข้ามาในอาคารผู้โดยสาร (Entry Screening) ตามมาตรการป้องกันไวรัส COVID-19 ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งเริ่มดำเนินการเป็นวันแรกว่า ผู้ที่จะผ่านเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ ผู้ที่มารับ-ส่ง ผู้ประกอบการ และผู้ที่ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ทุกคน จะได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งประตูทางเข้าหมายเลข 3, 6, 9 และ 10 จะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ หรือ Handheld Thermometer ส่วนประตูทางเข้าหมายเลข 5 จะใช้เครื่องเทอร์โมสแกนขนาดเล็ก 

“เบื้องต้นกำหนดอุณหภูมิไว้ที่ 37.5 องศาเซลเซียส หากพบบุคคลใดมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าที่กำหนดไว้ จะให้พักรอ 3-5 นาที ก่อนตรวจซ้ำ ซึ่งหากตรวจซ้ำสองครั้งยังพบอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าค่าที่กำหนด จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าอาคาร และประสานสายการบินที่ผู้โดยสารสำรองที่นั่งไว้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่แพทย์ร่วมกันประเมินอาการ เพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางหรือไม่ ทั้งนี้กระบวนการหรือขั้นตอนดังกล่าวอาจกระทบกับเวลาหรือเที่ยวบินที่ผู้โดยสารจะเดินทาง จึงควรเผื่อเวลาในการเดินทางมาสนามบินให้มากขึ้น” เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ กล่าว

ขณะเดียวกันในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน EOC รับมือการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ซึ่งมีนายกฤษฎา พุกะทรัพย์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายสนับสนุนธุรกิจ) เป็นประธาน และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และผู้แทน  คณะกรรมการธุรกิจการบินเชียงใหม่ (Airline Operators Committee : AOC) วันนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรณีผู้โดยสารมีอุณหภูมิร่างกายสูง ทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควรในการพักรอเพื่อตรวจซ้ำ รวมถึงซักประวัติ และสังเกตอาการ ดังนั้นจึงขอย้ำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากกว่าปกติอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงขึ้นไป

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน