ข่าวด่วน

ตาม ‘รอยลูกปัด’ ตามลมหายใจ..แห่งอารยธรรม

คงน่าเสียดาย หากไม่หยิบงานชิ้นนี้มาบอกกล่าวกัน..ทั้งที่เกือบจะลืมไปแล้วว่า..

ภาพงามยามเย็นกลางลานกว้างที่โอบล้อมด้วยอาคารเก่าล้ำสมัย ผู้คนที่สนใจต่างสวมใส่เสื้อผ้างามแบบล้านนาประดับลูกปัดแสนเก๋ตามสไตล์ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน รอยลูกปัด 2 – Beyond Beads Ep.2 ณ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อนำเสนอความงดงาม พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านลูกปัดเม็ดจิ๋ว

ด้วยความหลากหลายและมีที่มาจากแหล่งอารยธรรมต่างๆ ของนักสะสมลูกปัดชื่อดังของเมืองไทย นพ.บัญชา พงษ์พานิช และ ผศ.วิลักษณ์ ศรีป่าซาง อัญชลี ศรีป่าซาง บุญรินทร์ ทองดีเลิศ  ชนิพร ปันทะเลิศ ผู้ที่รักและหลงใหลในรอยแห่งอดีต 

นพ.บัญชา พงษ์พานิช บอกว่า ตอบรับและยอมหอบลูกปัดเม็ดเล็กๆ อายุกว่า 2,000 ปี บินขึ้นเหนือมาจัดแสดงด้วยความเต็มใจ เพราะอยากให้ทุกคนได้เห็นหลักฐานทางประวัติที่มีคุณค่า ที่สำคัญคือ ชาวล้านนา ชาวเชียงใหม่ และชนชาวเขา ยังนิยมใช้ลูกปัดในชีวิตประจำวัน 

“ลูกปัดทุกเม็ด มีมิติ มีคุณค่า มีเรื่องราวสืบทอดมายาวนานตั้งแต่ทิวเขาถนนธงชัยไปจนจรดเทือกเขาหิมาลัย ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่สนใจเพียงความสวย มีราคา แต่ลูกปัดมีทั้งเทคนิคและศิลปะที่แฝงอยู่ข้างใน มีชีวิตชีวา เพราะผู้คนทางภาคเหนือใช้ลูกปัดอยู่ในตัว ซึ่งปัจจุบันนำไปสู่การสร้างงานสร้างอาชีพ เกิดการพัฒนาสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆ  แบรนด์จิวเวลลี่ระดับโลกยังมีโรงงานผลิตผลงานส่งออกไปจำหน่ายที่อิตาลี ยังตั้งอยู่ที่เชียงใหม่” 

โอม โอม สิริ ปีติศิลป์                    กราบฟ้า ไหว้ดิน ทุกถิ่นที่

ขอพลัง ศักดิ์สิทธิ์ สถิตดี                เจิมลูกปัด ณ ที่นี้ คลี่มนต์พลัน

เชิญเจ้าหลวง คำแดง คำแหงกล้า   ตนเค้าผี ล้านนา มาสู่ขวัญ 

เชิญปู่แสะ ย่าแสะ และกุมภัณฑ์      และอารักษ์ ทั้งนั้น แวดหวันดี

ทั้งผีมด ผีเม็ง ตนเก่งกล้า               ผีปู่ย่า ผีไวรัส จงพลัดหนี

ขอลูกปัด ขจัดภัย ให้พ้นที              ทลายทุกข์ สุขทวี บัดนี้เทอญ… 

บทกวี ที่ ผศ.วิลักษณ์ ศรีป่าซาง ขับขานคลอเสียงดนตรีโบราณ เมื่อได้เวลามงคล เพื่อปลุกเสกลูกปัดเม็ดเล็กในงาน อดที่จะทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมอมยิ้มตามไปไม่ได้ เพราะช่วงนี้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กำลังแพร่กระจายในทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่เมืองเชียงใหม่ ประเทศไทย

ภายในห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ลูกปัดเม็ดจิ๋วนับแสนเม็ด ถูกจัดวางและแขวนไว้ในตู้กระจกใสแจ๋ว บางเม็ดสวยเด่นแบบโดดเดี่ยว บางเม็ดมาเดี่ยวแต่อยู่รวมเป็นกลุ่มอย่างอบอุ่น บางเม็ดถูกร้อยเรียงรวมกันเป็นเส้นสาย สีสันและรูปแบบที่เตะตาแลต้องใจ 

บางเม็ดมีเพียง 3 ชิ้นในโลกนี้ แค่ได้เห็น แม้..หมดลมหายใจ ก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว

‘สุริยเทพ’ คลองท่อม จ.กระบี่ ลูกปัดหน้าคน ที่มีราคาแพงและเก่าแก่ที่สุด ด้วยมีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี แม้จะมีเม็ดเล็กกระจิ๊ดริด แต่ยิ่งมองยิ่งหลงใหลในความงามที่อาบไว้ด้วยประกายแห่งรัศมีที่เหมือนสะท้อนออกมาจากข้างใน

‘วงแหวนศิลา’ หรือวงแหวนโมริยะ แห่งลุ่มแม่น้ำคงคา-ยมุนา สมัยราชวงศ์โมริยะ หนึ่งเดียวที่พบนอกชมพูทวีป เขาสามแก้ว จ.ชุมพร ประเทศไทย หินที่ถูกแกะสลักเป็นสตรีสี่นางพร้อมสัตว์ล้อมรอบ 11 ตัว มีความสำคัญเทียบเท่าเสาของพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งอินเดีย

หินรูปดอกบัว จากเมียนมา มีสัตว์ 10 ตัว ล้อมรอบ เป็นชิ้นที่ระบุไว้ว่า ต้องตามหาความหมายว่าเชื่อมโยงอะไรกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่ 

‘ต่างหูทองคำ’ จากเมียนมา เป็นทองคำทั้งอัน งดงามล้ำค่า น่าจะเป็นของใช้สตรีสูงศักดิ์ในอดีต หลายคนอาจเคยเห็นในรูปภาพ และภาพยนตร์ประวัติศาสตร์หลายเรื่อง แต่ครั้งนี้ได้เห็นของจริง ทำให้อดทึ่งไม่ได้ว่า..ใส่อย่างไร เพราะใหญ่และน่าจะหนักเอาการ แต่..สวย เหลือเกิน 

ที่เก๋มาก คือ การนำลูกปัดหลายพันเม็ดมาร้อยขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในตัวเสื้อพื้นเมืองของชนเผ่า ให้สีสดใส สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นกับชิ้นงานที่มีเพียง ‘หนึ่งเดียว’ เท่านั้นในโลกนี้

บุญรินทร์ ทองดีเลิศ เล่าว่า เป็นคนใต้มาจากแหลมมาลายูเหมือน นพ.บัญชา แต่หลงรักเชียงใหม่มาก เพราะที่นี่มีกลุ่มชนเผ่า อาข่า ละว้า ปกากญอ ที่ยังคงแต่งกายด้วยชุดดั้งเดิม มีลูกปัดสีสดเต็มคอ รู้สึกภูมิใจในการรักษารากเหง้าของบรรพบุรุษ มีทั้งหิน แก้ว ดินเผา เครื่องเงิน และทองคำ สนใจจนกลายเป็นคนสะสมลูกปัดไว้ด้วยความสุข วันนี้จึงนำมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ชื่นชม 

ในขณะที่สาวเหนืออย่าง อัญชลี ศรีป่าซาง บอกว่า เป็นคนเมืองที่ไม่เคยคิดสนใจลูกปัด แต่ชอบแต่งตัว ใส่ผ้าถุงผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ก็จะหาเครื่องประดับเงินมาสวมใส่ จนกระทั่งพบลูกปัดสีสวยหลากแบบก็เริ่มซื้อหามาใช้ ยิ่งเก่ายิ่งโบราณยิ่งมีเสน่ห์ จึงเริ่มสะสมและชักชวนกันมาจัดแสดงในครั้งนี้

ลูกปัดทราวดีทองคำ เขาศรีวิชัย จากภาคกลาง ลูกปัดสีส้ม สีฟ้า จากท่าชนะ แหล่งโบราณคดีจากแดนใต้ หรือแม้แต่ลูกปัดของชนชาติผิ่ว ชนเผ่าชิน จากเมียนมา ล้วนสะกดสายตาผู้พบเห็น คุณค่าที่ส่งผ่านลูกปัดเม็ดน้อย บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความมีอารยะของกลุ่มชน

ทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เจ้าของพื้นที่บอกว่า ทั้งหมดล้วนเป็นโบราณวัตถุที่หายากมาก ถือเป็นความเมตตาของผู้สะสมที่นำของรักของหวงมาให้ชาวเชียงใหม่และผู้ที่สนใจได้ชมแบบเต็มตา ได้มีโอกาสชื่นชมของที่มีคุณค่าของมวลมนุษยชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้และรักษาไว้ซึ่งมรดกของโลก

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ ‘รอยลูกปัด 2’ ไปจนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2563 แม้ว่าบางชิ้นที่สำคัญ เจ้าของได้เก็บไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ยังมีของดีที่น่าสนใจ และเปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. 

คุณค่า ไม่ได้อยู่ที่ ราคา สวยนะ ไปชมกันเถอะ

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน